🇰🇷 Hanguru — เรียนภาษาเกาหลี

hanguru.app

← กลับไปที่แอป ← ดูบทเรียนทั้งหมด

การอ่านภาษาเกาหลี — มารยาท

บทอ่านระดับ TOPIK II ในหมวด “มารยาท” 20 บท แต่ละบทมีคำแปลรายประโยคและคำถามวัดความเข้าใจ

🌱 ผลัดเวรที่แปลงผักส่วนกลาง

우리 아파트 뒤편에는 주민들이 함께 가꾸는 작은 공동 텃밭이 있어요.
ด้านหลังอพาร์ตเมนต์ของเรามีแปลงผักส่วนกลางเล็ก ๆ ที่ผู้อยู่อาศัยช่วยกันดูแล
그런데 여름이 되자 물을 주는 사람만 계속 주고, 수확은 모두가 똑같이 가져가는 일이 생겼어요.
แต่พอถึงหน้าร้อน คนที่รดน้ำก็รดอยู่คนเดิม ส่วนผลผลิตทุกคนเอาไปเท่า ๆ กัน
불만이 쌓이던 어느 날, 남편이 관리실에 다녀와서 “텃밭 대표가 물 주는 순번을 정하자데.”라고 전해 줬어요.
วันหนึ่งที่ความไม่พอใจกำลังสะสม สามีกลับมาจากสำนักงานนิติบุคคลแล้วบอกว่า “ตัวแทนแปลงผักบอกว่าให้จัดเวรรดน้ำกัน”
처음에는 번거롭다며 반대하는 이웃도 몇 명 있었어요.
ตอนแรกก็มีเพื่อนบ้านบางคนคัดค้านว่ายุ่งยาก
하지만 회의에서 각자 사정에 맞게 요일을 고를 수 있게 하자 반대하던 이웃들도 곧 마음을 바꿨어요.
แต่พอที่ประชุมให้แต่ละคนเลือกวันได้ตามความสะดวกของตัวเอง เพื่อนบ้านที่เคยคัดค้านก็เปลี่ยนใจในไม่ช้า
순번표가 게시판에 붙은 뒤로는 물을 못 주는 날이면 서로 미리 부탁하는 문화도 생겼어요.
หลังจากติดตารางเวรไว้ที่บอร์ดประกาศ ก็เกิดธรรมเนียมขอให้คนอื่นช่วยล่วงหน้าในวันที่ตัวเองรดน้ำไม่ได้
저는 공평한 규칙이 오히려 이웃 사이의 부담을 덜어 준다는 걸 그때 알게 됐어요.
ตอนนั้นฉันจึงได้รู้ว่ากฎที่ยุติธรรมกลับช่วยลดภาระระหว่างเพื่อนบ้าน
ใครเป็นคนเสนอให้จัดเวรรดน้ำ
  • ตัวแทนแปลงผักเป็นคนเสนอ ✓
  • สามีของผู้เขียนเป็นคนเสนอ
  • เจ้าหน้าที่สำนักงานนิติบุคคลเป็นคนเสนอ
  • เพื่อนบ้านที่เคยคัดค้านเป็นคนเสนอ
ทำไมเพื่อนบ้านที่เคยคัดค้านจึงเปลี่ยนใจ
  • เพราะจะได้ผลผลิตมากขึ้น
  • เพราะสำนักงานนิติบุคคลกำหนดค่าปรับ
  • เพราะเลือกวันเองได้ ✓
  • เพราะไม่ต้องรดน้ำอีกแล้ว
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของบทความนี้
  • แปลงผักส่วนกลางอยู่ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์
  • หลังมีตารางเวร ทุกคนก็ขอให้กันและกันช่วยล่วงหน้า ✓
  • เพื่อนบ้านทุกคนเห็นด้วยกับการจัดเวรตั้งแต่แรก
  • ตารางเวรติดไว้แค่ข้างในสำนักงานนิติบุคคล

🍲 เมื่ออาสาสมัครยกเลิกกะทันหัน

제가 속한 봉사 동아리는 매주 토요일마다 무료 급식소에서 배식을 도와요.
ชมรมอาสาที่ฉันเป็นสมาชิกไปช่วยตักอาหารที่โรงทานฟรีทุกวันเสาร์
그런데 요즘 전날 밤에 갑자기 못 온다고 연락하는 회원이 부쩍 늘었어요.
แต่ช่วงนี้สมาชิกที่จู่ ๆ ก็ติดต่อมาคืนก่อนหน้าว่ามาไม่ได้มีเพิ่มขึ้นมาก
사람이 모자라면 남은 회원들이 두 배로 뛰어야 하고, 식사가 늦게 나간 적도 있었어요.
พอคนไม่พอ สมาชิกที่เหลือก็ต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า และเคยมีครั้งที่อาหารออกช้าด้วย
결국 임시 회의가 열렸고, 회원들은 벌금을 걷자든지 참석 명단을 공개하자든지 저마다 의견을 내놓았어요.
สุดท้ายก็มีการประชุมวาระพิเศษ สมาชิกต่างเสนอความเห็นกันไป บ้างก็ว่าให้เก็บค่าปรับ บ้างก็ว่าให้เปิดเผยรายชื่อผู้เข้าร่วม
의외로 가장 많은 공감을 얻은 건 벌금도 공개도 아닌 대타 제도였어요.
ที่น่าแปลกใจคือ ข้อเสนอที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุดไม่ใช่ค่าปรับหรือการเปิดเผยรายชื่อ แต่เป็นระบบหาคนแทน
못 오게 된 사람이 직접 대신 올 사람을 구하고, 구하지 못하면 적어도 사흘 전에는 알리기로 한 거예요.
คือคนที่มาไม่ได้ต้องหาคนมาแทนเอง ถ้าหาไม่ได้ก็ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน
규칙을 바꾼 지 두 달이 지나자 갑작스러운 취소가 눈에 띄게 줄었어요.
หลังเปลี่ยนกฎได้สองเดือน การยกเลิกกะทันหันก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
사람을 벌하기보다 책임을 나누는 방식이 더 효과적일 수 있다는 걸 배웠어요.
ฉันได้เรียนรู้ว่าวิธีแบ่งความรับผิดชอบอาจได้ผลกว่าการลงโทษคน
วิธีที่ตัดสินใจในที่ประชุมในที่สุดคืออะไร
  • ตกลงเก็บค่าปรับถ้าไม่มา
  • ตกลงเปิดเผยรายชื่อผู้เข้าร่วม
  • ตกลงลดจำนวนครั้งของการรวมตัว
  • ให้หาคนมาแทนด้วยตัวเอง ✓
ทำไมจึงมีการประชุมวาระพิเศษ
  • เพราะสมาชิกที่ไม่มาแบบกะทันหันเพิ่มขึ้น ✓
  • เพราะโรงทานฟรีปิดตัวลง
  • เพราะมีสมาชิกใหม่มากเกินไป
  • เพราะต้องเปลี่ยนเมนูอาหาร
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกมากที่สุดคืออะไร
  • กลุ่มอาสาจำเป็นต้องมีค่าปรับ
  • ควรเปิดเผยรายชื่อผู้เข้าร่วมเสมอ
  • ทำงานอาสาแค่ตอนมีเวลาว่างก็พอ
  • วิธีแบ่งความรับผิดชอบได้ผลกว่าการลงโทษ ✓

🧊 กล่องข้าวที่ถูกลืมของคนตั้งกฎ

우리 사무실 공용 냉장고는 늘 주인 없는 음식으로 가득 차 있었어요.
ตู้เย็นส่วนกลางในออฟฟิศของเราเต็มไปด้วยอาหารที่ไม่มีเจ้าของอยู่เสมอ
보다 못한 제가 회의 시간에 금요일마다 이름 없는 음식은 버리자고 제안했어요.
ฉันทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเสนอในที่ประชุมว่าทุกวันศุกร์ให้ทิ้งอาหารที่ไม่มีชื่อ
모두 찬성했고, 저는 첫 번째 정리 담당을 자청했어요.
ทุกคนเห็นด้วย และฉันก็อาสาเป็นคนรับผิดชอบจัดเก็บคนแรก
그런데 금요일 오후, 냉장고 맨 안쪽에서 몇 주 전에 넣어 둔 제 반찬 통이 곰팡이가 핀 채로 나왔어요.
แต่บ่ายวันศุกร์ กล่องกับข้าวของฉันเองที่ใส่ไว้ตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อนก็โผล่ออกมาจากด้านในสุดของตู้เย็นในสภาพขึ้นรา
옆에 있던 동료가 “이름 없는 건 다 버리자며, 이건 누구 거야?”라고 놀리듯 물었어요.
เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ ถามเหมือนแซวว่า “ไหนบอกว่าของที่ไม่มีชื่อให้ทิ้งให้หมดไง แล้วอันนี้ของใครล่ะ”
얼굴이 빨개진 저는 그 자리에서 사과하고 반찬 통을 깨끗이 씻었어요.
ฉันหน้าแดงไปหมด ขอโทษทันทีตรงนั้นแล้วล้างกล่องกับข้าวจนสะอาด
그 뒤로 다른 사람에게 규칙을 요구하기 전에 제 행동부터 돌아보게 됐어요.
หลังจากนั้น ก่อนจะเรียกร้องให้คนอื่นทำตามกฎ ฉันก็หันมาทบทวนการกระทำของตัวเองก่อน
규칙을 만든 사람이 먼저 지켜야 규칙에 힘이 생긴다는 걸 몸소 배운 셈이에요.
เรียกได้ว่าฉันได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่า คนตั้งกฎต้องทำตามก่อน กฎจึงจะมีน้ำหนัก
ผู้เขียนเสนออะไรในที่ประชุม
  • เสนอให้ซื้อตู้เย็นส่วนกลางเพิ่มอีกเครื่อง
  • เสนอให้ทิ้งอาหารที่ไม่มีชื่อเป็นประจำ ✓
  • เสนอว่าอย่านำอาหารมาที่ออฟฟิศ
  • เสนอให้เพื่อนร่วมงานผลัดกันทำกับข้าว
ทำไมเพื่อนร่วมงานจึงแซวผู้เขียน
  • เพราะผู้เขียนปฏิเสธการเป็นคนรับผิดชอบจัดเก็บ
  • เพราะผู้เขียนกินกับข้าวของคนอื่น
  • เพราะอาหารของคนที่เสนอเองถูกทิ้งไว้ ✓
  • เพราะตู้เย็นส่วนกลางเสียกะทันหัน
ใจความสำคัญของบทความนี้คืออะไร
  • คนตั้งกฎต้องทำตามก่อน ✓
  • ควรเอาตู้เย็นส่วนกลางออกไป
  • การแซวเพื่อนร่วมงานเป็นการเสียมารยาท
  • ต้องจัดเก็บอาหารทุกวัน

📵 สัญญาว่าจะไม่ใช้โทรศัพท์ตอนมื้อเย็น

우리 가족은 올해 초에 식사 시간에는 휴대폰을 멀리 두기로 약속했어요.
ต้นปีนี้ ครอบครัวเราสัญญากันว่าจะวางโทรศัพท์ไว้ห่าง ๆ ในเวลากินข้าว
이 규칙을 처음 꺼낸 사람은 대화가 줄어든 게 늘 아쉽다던 아버지였어요.
คนที่เริ่มเสนอกฎนี้คือพ่อ ที่มักบอกว่าเสียดายที่เราคุยกันน้อยลง
처음 몇 주 동안은 식탁에서 오랜만에 학교와 회사 이야기가 오갔어요.
ช่วงไม่กี่สัปดาห์แรก บนโต๊ะอาหารก็มีเรื่องโรงเรียนและที่ทำงานให้คุยกันอีกครั้งในรอบนาน
그런데 어느 날 저녁, 아버지가 식탁 밑으로 몰래 휴대폰을 들여다보고 계셨어요.
แต่เย็นวันหนึ่ง พ่อกำลังแอบดูโทรศัพท์อยู่ใต้โต๊ะ
막내가 “밥 먹을 때는 휴대폰 보지 말자면서 아빠는 왜 봐요?”라고 묻자 식탁이 조용해졌어요.
พอน้องคนเล็กถามว่า “ไหนบอกว่าตอนกินข้าวอย่าดูโทรศัพท์ไง แล้วทำไมพ่อดูล่ะ” โต๊ะอาหารก็เงียบกริบ
아버지는 급한 회사 연락이었다고 설명하시면서도 먼저 규칙을 어긴 걸 인정하셨어요.
พ่ออธิบายว่าเป็นเรื่องด่วนจากที่ทำงาน แต่ก็ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนผิดกฎก่อน
그날 이후 우리는 정말 급한 연락은 식탁을 떠나서 받는다는 예외 규정을 하나 더 만들었어요.
หลังจากวันนั้น เราก็เพิ่มข้อยกเว้นอีกข้อว่า เรื่องที่ด่วนจริง ๆ ให้ลุกออกจากโต๊ะไปรับ
규칙은 지키는 것만큼 현실에 맞게 다듬는 것도 중요하다는 걸 느꼈어요.
ฉันรู้สึกว่าการปรับกฎให้เข้ากับความเป็นจริงก็สำคัญพอ ๆ กับการทำตามกฎ
ใครเป็นคนแรกที่เสนอกฎเรื่องโทรศัพท์ในเวลากินข้าว
  • น้องคนเล็กเป็นคนเสนอ
  • พ่อเป็นคนเสนอ ✓
  • ผู้เขียนเป็นคนเสนอ
  • แม่เป็นคนเสนอ
ทำไมโต๊ะอาหารจึงเงียบลง
  • เพราะพ่อดุน้องคนเล็กอย่างแรง
  • เพราะมีข่าวร้ายจากที่ทำงาน
  • เพราะน้องคนเล็กชี้ให้เห็นความย้อนแย้งของพ่อ ✓
  • เพราะทุกคนในครอบครัวกำลังดูโทรศัพท์
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของบทความนี้
  • ครอบครัวยกเลิกกฎเรื่องโทรศัพท์ไปเลย
  • พ่อไม่ยอมรับผิดจนถึงที่สุด
  • กฎนี้ตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว
  • ตกลงกันว่าเรื่องด่วนให้ลุกออกจากโต๊ะไปรับ ✓

📚 จองที่นั่งในห้องสมุด

시험 기간이 되면 우리 학교 도서관은 아침부터 자리 전쟁이 벌어져요.
พอถึงช่วงสอบ ห้องสมุดของโรงเรียนเราก็เกิดสงครามแย่งที่นั่งตั้งแต่เช้า
저도 친구들 몫까지 가방과 책을 올려 두고 자리를 맡아 두곤 했어요.
ฉันเองก็เคยวางกระเป๋าและหนังสือจองที่ไว้ให้เพื่อน ๆ ด้วย
그날도 빈자리에 책만 놓아둔 채 친구들을 기다리고 있었어요.
วันนั้นฉันก็วางแค่หนังสือไว้บนที่ว่างแล้วรอเพื่อน ๆ อยู่
그때 한 학생이 다가와 여기 정말 사람이 있느냔 말을 조심스럽게 건넸어요.
ตอนนั้นมีนักเรียนคนหนึ่งเดินเข้ามาถามอย่างระมัดระวังว่าตรงนี้มีคนนั่งจริง ๆ หรือเปล่า
친구들은 아직 집에서 출발도 하지 않은 상태라 저는 선뜻 대답하지 못했어요.
เพื่อน ๆ ยังไม่ได้ออกจากบ้านเลย ฉันจึงตอบไม่ได้ในทันที
결국 저는 친구들 자리를 비워 주었고, 그 학생은 고맙다며 조용히 앉았어요.
สุดท้ายฉันก็เก็บของออกจากที่ของเพื่อน ๆ นักเรียนคนนั้นขอบคุณแล้วนั่งลงอย่างเงียบ ๆ
알고 보니 도서관 규칙에도 자리를 대신 맡아 두는 행동은 금지되어 있었어요.
ที่แท้กฎของห้องสมุดก็ห้ามจองที่นั่งแทนคนอื่นไว้ด้วย
편하다는 이유로 당연하게 여기던 습관이 누군가에게는 불공평한 일이었던 거예요.
นิสัยที่ฉันเคยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพราะสะดวก กลับเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมสำหรับใครบางคน
นักเรียนคนนั้นถามอะไรผู้เขียน
  • ถามว่าที่ตรงนั้นมีคนนั่งจริง ๆ หรือเปล่า ✓
  • ถามว่าห้องสมุดเปิดกี่โมง
  • ถามว่าการสอบเริ่มเมื่อไหร่
  • ถามว่าวางกระเป๋าไว้ที่ไหนได้
ทำไมผู้เขียนจึงตอบไม่ได้ในทันที
  • เพราะไม่ค่อยรู้จักนักเรียนคนนั้น
  • เพราะในห้องสมุดห้ามพูดคุย
  • เพราะเพื่อน ๆ ยังไม่ได้ออกจากบ้าน ✓
  • เพราะตัวเองไม่มีที่นั่งของตัวเอง
จากบทความนี้ รู้อะไรได้บ้าง
  • เพื่อน ๆ มาถึงห้องสมุดในไม่ช้า
  • กฎของห้องสมุดห้ามจองที่นั่ง ✓
  • สุดท้ายนักเรียนคนนั้นไปนั่งที่อื่น
  • ช่วงสอบห้องสมุดว่าง

📱 โทรศัพท์ที่เจอในสนามเด็กเล่น

지난달 동네 놀이터 벤치에서 주인 없는 휴대폰 하나를 발견했어요.
เมื่อเดือนที่แล้ว ฉันเจอโทรศัพท์ไม่มีเจ้าของเครื่องหนึ่งบนม้านั่งในสนามเด็กเล่นแถวบ้าน
잠금 화면 때문에 연락처를 볼 수 없어서 저는 가까운 파출소에 휴대폰을 맡겼어요.
เพราะหน้าจอล็อกอยู่ ดูเบอร์ติดต่อไม่ได้ ฉันจึงนำโทรศัพท์ไปฝากไว้ที่ป้อมตำรวจใกล้ ๆ
경찰관의 부탁으로 제 연락처를 남겨 두었더니, 며칠 뒤 주인인 할아버지가 집으로 전화를 하셨어요.
ตำรวจขอให้ทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ ไม่กี่วันต่อมาคุณตาที่เป็นเจ้าของก็โทรมาที่บ้าน
전화를 받은 어머니가 “할아버지가 너한테 뭘 선물하면 좋겠냔다.”라고 전해 주셨어요.
แม่ที่รับสายบอกต่อว่า “คุณตาเขาถามว่าอยากได้ของขวัญอะไรน่ะ”
휴대폰 안에는 돌아가신 할머니의 사진이 가득해서 할아버지께는 무척 소중한 물건이었대요.
ได้ยินว่าในโทรศัพท์มีรูปของภรรยาที่ล่วงลับไปแล้วเต็มไปหมด จึงเป็นของที่มีค่ามากสำหรับคุณตา
저는 당연한 일을 했을 뿐이라며 선물은 정중히 사양했어요.
ฉันบอกว่าแค่ทำสิ่งที่ควรทำ แล้วปฏิเสธของขวัญอย่างสุภาพ
대신 할아버지는 앞으로 누가 잃어버린 물건을 보면 꼭 주인을 찾아 주겠다고 약속하셨어요.
คุณตาจึงสัญญาแทนว่า ต่อไปถ้าเจอของที่ใครทำหาย จะต้องช่วยหาเจ้าของให้แน่นอน
작은 친절이 또 다른 친절로 이어진다는 생각에 마음이 따뜻해졌어요.
พอคิดว่าน้ำใจเล็ก ๆ จะนำไปสู่น้ำใจอื่นต่อไป ใจฉันก็อบอุ่นขึ้นมา
หลังจากเจอโทรศัพท์ ผู้เขียนทำอย่างไร
  • ปลดล็อกโทรศัพท์เอง
  • วางทิ้งไว้บนม้านั่งในสนามเด็กเล่นตามเดิม
  • ไปหาคุณตาที่บ้านด้วยตัวเอง
  • นำโทรศัพท์ไปฝากที่ป้อมตำรวจใกล้ ๆ ✓
ทำไมโทรศัพท์เครื่องนั้นจึงมีค่าสำหรับคุณตา
  • เพราะมีรูปของภรรยาที่ล่วงลับอยู่มาก ✓
  • เพราะเป็นโทรศัพท์ราคาแพงที่เพิ่งซื้อ
  • เพราะเป็นของขวัญจากหลาน
  • เพราะมีเบอร์ติดต่องานที่สำคัญ
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของบทความนี้
  • ผู้เขียนรับสายคุณตาด้วยตัวเอง
  • คุณตาเจอผู้เขียนที่ป้อมตำรวจ
  • ผู้เขียนได้รับหนังสือเป็นของขวัญจากคุณตา
  • ผู้เขียนปฏิเสธของขวัญของคุณตา ✓

🩺 ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหมอ

제 대학 동기 하준이는 종합 병원에서 일하는 남자 간호사예요.
ฮาจุน เพื่อนรุ่นเดียวกันสมัยมหาวิทยาลัยของฉัน เป็นพยาบาลชายที่ทำงานในโรงพยาบาลทั่วไป
얼마 전 오랜만에 만난 자리에서 하준이가 요즘 겪는 일을 털어놓았어요.
เมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่เจอกันในรอบนาน ฮาจุนเล่าระบายเรื่องที่เขาเจออยู่ช่วงนี้
“오늘도 환자분이 나더러 의사 선생님이냬.”라며 하준이는 쓴웃음을 지었어요.
“วันนี้ก็มีคนไข้ถามอีกว่าฉันเป็นหมอหรือเปล่า” ฮาจุนพูดพลางยิ้มขื่น ๆ
하얀 가운을 입은 남자는 의사일 거라고 생각하는 사람이 아직도 많다는 거예요.
เขาบอกว่ายังมีคนอีกมากที่คิดว่าผู้ชายที่ใส่เสื้อกาวน์สีขาวต้องเป็นหมอ
반대로 여자 의사인 동료는 간호사로 오해받아 설명을 되풀이해야 할 때가 많대요.
ในทางกลับกัน เพื่อนร่วมงานที่เป็นหมอผู้หญิงมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพยาบาล จนต้องอธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
하준이는 그때마다 기분 상해하기보다는 자신의 역할을 차분히 설명한다고 했어요.
ฮาจุนบอกว่าทุกครั้งแทนที่จะไม่พอใจ เขาจะอธิบายหน้าที่ของตัวเองอย่างใจเย็น
그 말을 듣고 저 역시 겉모습만으로 누군가의 직업을 짐작한 적이 있었다는 게 떠올랐어요.
พอได้ฟังแบบนั้น ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็เคยเดาอาชีพของใครบางคนจากรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกัน
사소해 보이는 편견도 매일 반복되면 누군가에게는 큰 피로가 될 수 있어요.
อคติที่ดูเล็กน้อย ถ้าเกิดซ้ำทุกวันก็อาจกลายเป็นความเหนื่อยล้าอย่างมากสำหรับใครบางคนได้
ฮาจุนถูกคนไข้ถามคำถามอะไร
  • ถูกถามว่าทำไมถึงเป็นพยาบาล
  • ถูกถามว่าเป็นหมอหรือเปล่า ✓
  • ถูกถามว่าโรงพยาบาลอยู่ที่ไหน
  • ถูกถามว่าทำงานมากี่ปีแล้ว
ทำไมเพื่อนร่วมงานที่เป็นหมอผู้หญิงจึงต้องอธิบายซ้ำ ๆ
  • เพราะคนไข้ไม่ค่อยฟังคำอธิบาย
  • เพราะเธอไม่ใส่เสื้อกาวน์สีขาว
  • เพราะมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพยาบาล ✓
  • เพราะเป็นหมอที่เพิ่งมาใหม่ที่โรงพยาบาล
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกมากที่สุดคืออะไร
  • แม้อคติเล็ก ๆ ก็กลายเป็นความเหนื่อยล้าอย่างมากสำหรับใครบางคน ✓
  • ผู้ชายเป็นพยาบาลได้ยาก
  • โรงพยาบาลควรเปลี่ยนสีเสื้อกาวน์
  • คนไข้ควรถามแต่หมอเท่านั้น

🧾 ยอมรับผิดที่เคาน์เตอร์ร้านขนมปัง

대학 시절 저는 동네 빵집에서 저녁마다 계산 아르바이트를 했어요.
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ฉันทำงานพาร์ตไทม์เป็นแคชเชียร์ที่ร้านขนมปังแถวบ้านทุกเย็น
어느 날 마감 정산을 하는데 금고의 돈이 영수증 합계보다 만 원이나 적었어요.
วันหนึ่งตอนสรุปยอดปิดร้าน เงินในลิ้นชักเก็บเงินน้อยกว่ายอดรวมในใบเสร็จตั้งหนึ่งหมื่นวอน
곰곰이 생각해 보니 손님께 거스름돈을 만 원 더 내준 기억이 떠올랐어요.
พอนึกดี ๆ ก็จำได้ว่าทอนเงินให้ลูกค้าเกินไปหนึ่งหมื่นวอน
다음 날 사장님이 어제 정산이 왜 안 맞았냬서 저는 제 실수라고 솔직하게 말씀드렸어요.
วันรุ่งขึ้นเจ้าของร้านถามว่าทำไมยอดเมื่อวานไม่ตรง ฉันจึงบอกตามตรงว่าเป็นความผิดพลาดของฉันเอง
월급에서 그 돈이 깎일 각오까지 했는데, 사장님은 오히려 솔직하게 말해 줘서 고맙다고 하셨어요.
ฉันเตรียมใจไว้แล้วว่าจะโดนหักเงินเดือน แต่เจ้าของร้านกลับขอบคุณที่ฉันพูดตามตรง
그리고 그날 오후, 거스름돈을 더 받은 손님이 직접 만 원을 돌려주러 가게에 오셨어요.
แล้วบ่ายวันนั้น ลูกค้าที่ได้เงินทอนเกินก็มาที่ร้านด้วยตัวเองเพื่อคืนเงินหนึ่งหมื่นวอน
사장님은 그 손님에게 빵 한 봉지를 챙겨 드리며 정직한 사람들 덕분에 장사할 맛이 난다고 웃으셨어요.
เจ้าของร้านจัดขนมปังให้ลูกค้าถุงหนึ่ง แล้วหัวเราะบอกว่าเพราะมีคนซื่อสัตย์แบบนี้ การค้าขายถึงได้มีความสุข
그 일로 저는 실수보다 그것을 감추는 태도가 더 큰 문제라는 걸 배웠어요.
จากเรื่องนั้น ฉันได้เรียนรู้ว่าท่าทีที่ปกปิดความผิดพลาดเป็นปัญหาใหญ่กว่าตัวความผิดพลาดเอง
ทำไมยอดเงินจึงไม่ตรง
  • เพราะลูกค้าไม่จ่ายเงินแล้วออกไป
  • เพราะทอนเงินเกินไปหนึ่งหมื่นวอน ✓
  • เพราะใบเสร็จพิมพ์ผิด
  • เพราะเจ้าของร้านเอาเงินออกจากลิ้นชัก
ทำไมเจ้าของร้านจึงขอบคุณผู้เขียน
  • เพราะผู้เขียนใส่เงินที่ขาดคืนเอง
  • เพราะผู้เขียนตามหาลูกค้าคนนั้นเจอเอง
  • เพราะผู้เขียนบอกความผิดพลาดโดยไม่ปกปิด ✓
  • เพราะวันนั้นผู้เขียนขายขนมปังได้เยอะมาก
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของบทความนี้
  • เงินเดือนของผู้เขียนถูกหักไปหนึ่งหมื่นวอน
  • ผู้เขียนทำงานพาร์ตไทม์ทุกเช้า
  • เจ้าของร้านดุผู้เขียนอย่างหนัก
  • ลูกค้ามาคืนเงินด้วยตัวเอง ✓

🌕 คำถามที่ส่วนตัวเกินไปในช่วงเทศกาล

명절이 다가오면 저는 친척들을 만나는 반가움보다 걱정이 먼저 앞서요.
พอใกล้ถึงช่วงเทศกาล ฉันรู้สึกกังวลมาก่อนความดีใจที่จะได้เจอญาติๆ
친척 어른들은 만나자마자 인사하듯 제 월급이 얼마냬요.
พอเจอหน้ากันปุ๊บ ญาติผู้ใหญ่ก็ถามว่าเงินเดือนฉันเท่าไหร่ เหมือนเป็นคำทักทาย
걱정해서 하시는 말씀인 줄은 알지만, 들을 때마다 누군가와 비교당하는 기분이 들어요.
ฉันรู้ว่าท่านพูดเพราะเป็นห่วง แต่ทุกครั้งที่ได้ยินก็รู้สึกเหมือนถูกเอาไปเปรียบเทียบกับใครสักคน
요즘은 이런 사적인 질문을 조심하자는 목소리가 가족 안에서도 조금씩 나오고 있어요.
ช่วงนี้แม้แต่ในครอบครัวก็เริ่มมีเสียงที่บอกว่าควรระวังคำถามส่วนตัวแบบนี้มากขึ้นทีละนิด
올해 우리 집에서는 큰아버지께서 먼저 성적, 월급, 결혼 이야기는 꺼내지 말자고 제안하셨어요.
ปีนี้ที่บ้านเรา ลุงคนโตเป็นคนเสนอขึ้นมาก่อนว่าอย่าพูดเรื่องผลการเรียน เงินเดือน และการแต่งงาน
대신 요즘 재미있게 본 책이나 여행 이야기를 나누었더니 분위기가 훨씬 편해졌어요.
แต่เราคุยกันเรื่องหนังสือที่อ่านแล้วสนุกช่วงนี้หรือเรื่องการเดินทางแทน บรรยากาศก็สบายๆ ขึ้นมาก
관심과 참견의 경계는 결국 상대가 그 질문을 반가워하는지에 달려 있는 것 같아요.
ฉันคิดว่าเส้นแบ่งระหว่างความใส่ใจกับการสอดรู้สอดเห็น สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายยินดีกับคำถามนั้นหรือเปล่า
ญาติผู้ใหญ่มักถามผู้เขียนเรื่องอะไร
  • ถามว่าเงินเดือนเท่าไหร่ ✓
  • ถามว่าอ่านหนังสืออะไรมา
  • ถามว่าไปเที่ยวที่ไหนมา
  • ถามว่าจะมาช่วงเทศกาลเมื่อไหร่
ทำไมบรรยากาศช่วงเทศกาลปีนี้ถึงสบายๆ ขึ้น
  • เพราะปีนี้ญาติๆ ไม่ได้มารวมตัวกัน
  • เพราะผู้เขียนบอกเรื่องเงินเดือนไปก่อน
  • เพราะคุยเรื่องอื่นแทนคำถามส่วนตัว ✓
  • เพราะลุงคนโตไม่ได้มาช่วงเทศกาล
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกมากที่สุดคืออะไร
  • ช่วงเทศกาลไม่ควรไปเจอญาติ
  • การที่อีกฝ่ายยินดีหรือไม่ คือสิ่งที่แบ่งระหว่างความใส่ใจกับการสอดรู้สอดเห็น ✓
  • ต้องตอบคำถามของผู้ใหญ่ทุกข้อ
  • เรื่องเงินเดือนควรคุยกันแค่ในหมู่เพื่อน

🔧 ป้ายประกาศที่ห้องสมุดเครื่องมือ

우리 동네 주민 센터 한쪽에는 주민들이 공구를 무료로 빌려 쓰는 공구 도서관이 있어요.
ที่มุมหนึ่งของศูนย์ชุมชนในละแวกบ้านเรา มีห้องสมุดเครื่องมือที่ชาวบ้านยืมเครื่องมือไปใช้ได้ฟรี
드릴이나 사다리처럼 가끔 필요하지만 사기에는 아까운 물건을 빌릴 수 있어서 인기가 많아요.
ที่นี่ได้รับความนิยมมาก เพราะยืมของอย่างสว่านหรือบันไดที่นานๆ จะใช้ทีแต่ซื้อแล้วเสียดายเงินได้
그런데 한동안 흙이 묻거나 부품이 빠진 채로 돌아오는 공구가 늘어서 운영이 어려워졌어요.
แต่ช่วงหนึ่งมีเครื่องมือที่ถูกส่งคืนมาทั้งที่เปื้อนดินหรือชิ้นส่วนหายเพิ่มขึ้น การดูแลจึงยากขึ้น
그러자 관리하는 주민들이 입구에 “빌린 공구는 깨끗이 닦아서 반납할 것.”이라는 안내문을 붙였어요.
ชาวบ้านที่ดูแลจึงติดป้ายประกาศไว้ที่ทางเข้าว่า “เครื่องมือที่ยืมไป ให้เช็ดทำความสะอาดก่อนนำมาคืน”
동시에 반납할 때 부품 개수를 함께 확인하는 절차도 새로 생겼어요.
ในเวลาเดียวกันก็มีขั้นตอนใหม่ คือตรวจนับจำนวนชิ้นส่วนด้วยกันตอนนำมาคืน
처음에는 번거롭다는 말도 있었지만 몇 달 뒤 고장 난 공구가 눈에 띄게 줄었어요.
ตอนแรกก็มีคนบ่นว่ายุ่งยาก แต่ผ่านไปไม่กี่เดือน เครื่องมือที่เสียก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
모두의 물건일수록 내 물건보다 더 조심히 다뤄야 오래 함께 쓸 수 있다는 걸 알게 됐어요.
ฉันได้รู้ว่ายิ่งเป็นของส่วนรวม ก็ยิ่งต้องใช้อย่างระมัดระวังมากกว่าของตัวเอง ถึงจะใช้ร่วมกันได้นานๆ
ป้ายประกาศเขียนไว้ว่าอะไร
  • เขียนว่าให้ซื้อเครื่องมือมาใช้เอง
  • เขียนว่าให้ยืมเครื่องมือได้แค่วันเดียว
  • เขียนว่ายืมบันไดไม่ได้
  • เขียนว่าให้เช็ดเครื่องมือให้สะอาดก่อนนำมาคืน ✓
ทำไมการดูแลห้องสมุดเครื่องมือถึงยากขึ้น
  • เพราะเครื่องมือที่สกปรกหรือชิ้นส่วนหายเพิ่มขึ้น ✓
  • เพราะคนยืมเครื่องมือน้อยลง
  • เพราะศูนย์ชุมชนย้ายไปที่อื่น
  • เพราะราคาเครื่องมือใหม่ขึ้นมากเกินไป
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ต้องจ่ายเงินเพื่อใช้ห้องสมุดเครื่องมือ
  • ไม่มีใครบ่นเรื่องกฎใหม่
  • หลังติดป้ายประกาศ เครื่องมือเสียกลับเพิ่มขึ้น
  • เริ่มมีการตรวจนับจำนวนชิ้นส่วนตอนนำมาคืน ✓

🚦 คุณปู่รอไฟเขียว

우리 할아버지는 동네에서 교통 신호를 가장 잘 지키시는 분으로 유명해요.
คุณปู่ของฉันขึ้นชื่อในละแวกบ้านว่าเป็นคนที่เคารพสัญญาณไฟจราจรมากที่สุด
차가 한 대도 안 다니는 새벽에도 할아버지는 초록불이 켜질 때까지 건널목 앞에 서 계세요.
แม้แต่ตอนเช้ามืดที่ไม่มีรถวิ่งผ่านสักคัน คุณปู่ก็ยืนรออยู่หน้าทางม้าลายจนกว่าไฟเขียวจะติด
어느 날 함께 시장에 가는데 사람들이 빨간불인데도 하나둘 길을 건너기 시작했어요.
วันหนึ่งตอนที่ไปตลาดด้วยกัน ผู้คนเริ่มข้ามถนนกันทีละคนสองคนทั้งที่ไฟยังแดงอยู่
제가 우리도 그냥 건너자고 하자 할아버지는 “남들이 다 건너도 나는 기다릴란다.”라고 하셨어요.
พอฉันบอกว่าเราข้ามไปเลยเถอะ คุณปู่ก็พูดว่า “ต่อให้คนอื่นข้ามกันหมด ปู่ก็จะรอ”
이유를 여쭈니 옆에서 보고 있는 아이들이 어른을 따라 배운다고 대답하셨어요.
พอถามถึงเหตุผล คุณปู่ตอบว่าเด็กๆ ที่มองอยู่ข้างๆ จะเรียนรู้โดยทำตามผู้ใหญ่
실제로 건너편에는 엄마 손을 잡은 꼬마가 할아버지를 빤히 바라보고 있었어요.
จริงๆ ด้วย ฝั่งตรงข้ามมีเด็กน้อยที่จูงมือแม่อยู่กำลังจ้องมองคุณปู่ไม่วางตา
그날 이후 저도 급할 때일수록 신호를 기다리는 버릇을 들이려고 노력하고 있어요.
ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็พยายามฝึกนิสัยรอสัญญาณไฟ ยิ่งรีบก็ยิ่งต้องรอ
아무도 보지 않는 것 같아도 누군가는 늘 어른의 행동을 보고 배운다는 걸 알게 됐어요.
ฉันได้รู้ว่าแม้จะดูเหมือนไม่มีใครมอง แต่ก็มีใครสักคนคอยดูและเรียนรู้จากการกระทำของผู้ใหญ่อยู่เสมอ
ทำไมคุณปู่ถึงเคารพสัญญาณไฟ
  • เพราะไม่อยากเสียค่าปรับ
  • เพราะเด็กๆ ดูผู้ใหญ่แล้วเรียนรู้ตาม ✓
  • เพราะขาไม่ค่อยดีจึงเดินช้า
  • เพราะตลาดยังไม่เปิด
ตอนที่ผู้คนเริ่มข้ามถนน สัญญาณไฟเป็นอย่างไร
  • ไฟเขียวติดอยู่
  • สัญญาณไฟดับอยู่
  • ไฟแดงติดอยู่ ✓
  • ไฟเหลืองกะพริบอยู่
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ผู้เขียนก็พยายามรอสัญญาณไฟเช่นกัน ✓
  • ตอนเช้ามืด คุณปู่ข้ามถนนไปเลย
  • ผู้เขียนเป็นคนชวนให้เคารพสัญญาณไฟก่อน
  • เด็กน้อยฝั่งตรงข้ามยืนอยู่คนเดียว

🏡 รู้ว่าเมื่อไหร่ควรถอยออกมา

우리 시골 마을은 이십 년 가까이 같은 이장님이 마을 일을 맡아 오셨어요.
ที่หมู่บ้านชนบทของเรา ผู้ใหญ่บ้านคนเดิมดูแลงานของหมู่บ้านมาเกือบยี่สิบปี
이장님은 부지런하고 공정해서 주민들의 신뢰가 무척 두터웠어요.
ผู้ใหญ่บ้านขยันและยุติธรรม จึงได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านอย่างมาก
그런데 지난 연말 회의에서 이장님이 “이제 저는 젊은 사람들한테 자리를 넘길랍니다.”라고 하셨어요.
แต่ในการประชุมช่วงปลายปีที่แล้ว ผู้ใหญ่บ้านพูดว่า “ตอนนี้ผมจะส่งต่อตำแหน่งให้คนหนุ่มสาวแล้วครับ”
모두가 놀라서 이유를 여쭈자, 한 사람이 너무 오래 맡으면 새로운 생각이 들어오기 어렵다고 하셨어요.
พอทุกคนตกใจและถามถึงเหตุผล ท่านก็บอกว่าถ้าคนคนเดียวทำหน้าที่นานเกินไป ความคิดใหม่ๆ ก็จะเข้ามาได้ยาก
그 뒤 마을에서는 처음으로 여러 후보가 나와 각자의 계획을 발표하는 선거가 열렸어요.
หลังจากนั้น หมู่บ้านก็จัดการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก มีผู้สมัครหลายคนออกมานำเสนอแผนงานของตัวเอง
새로 뽑힌 이장은 귀농한 지 오 년 된 삼십 대 주민이었어요.
ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ที่ได้รับเลือกเป็นชาวบ้านวัยสามสิบกว่าที่ย้ายมาทำการเกษตรได้ห้าปีแล้ว
전 이장님은 이제 뒤에서 조언만 하시면서 새 이장을 묵묵히 도와주고 계세요.
ผู้ใหญ่บ้านคนเก่าตอนนี้แค่คอยให้คำแนะนำอยู่เบื้องหลัง และช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้านคนใหม่อย่างเงียบๆ
물러날 때를 아는 것도 공동체를 위한 중요한 책임이라는 생각이 들어요.
ฉันคิดว่าการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรถอยออกมาก็เป็นความรับผิดชอบสำคัญต่อชุมชนเช่นกัน
ทำไมผู้ใหญ่บ้านถึงอยากลงจากตำแหน่ง
  • เพราะสุขภาพแย่ลงกะทันหัน
  • เพื่อให้ความคิดใหม่ๆ เข้ามาได้ ✓
  • เพราะเสียความไว้วางใจจากชาวบ้าน
  • เพราะจะย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่น
ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ที่ได้รับเลือกเป็นคนแบบไหน
  • เป็นชาวบ้านที่เป็นลูกชายของผู้ใหญ่บ้านคนเก่า
  • เป็นชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านมายี่สิบปี
  • เป็นชาวบ้านที่ย้ายมาทำการเกษตรได้ห้าปี ✓
  • เป็นคนที่เคยเป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านอื่น
ใจความสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร
  • ผู้ใหญ่บ้านยิ่งทำหน้าที่นานยิ่งดี
  • ควรยกเลิกการเลือกตั้งในหมู่บ้าน
  • มีแค่คนหนุ่มสาวเท่านั้นที่เป็นผู้ใหญ่บ้านได้
  • การรู้ว่าเมื่อไหร่ควรถอยออกมาก็เป็นความรับผิดชอบ ✓

⏰ เลิกนิสัยมาสาย

저는 오랫동안 약속 시간에 십 분쯤 늦는 것을 대수롭지 않게 여겼어요.
เป็นเวลานานที่ฉันไม่เคยคิดว่าการไปสายกว่าเวลานัดสักสิบนาทีเป็นเรื่องใหญ่
친구들도 웃어넘겨 주었기 때문에 그게 큰 문제라고는 생각하지 못했어요.
เพราะเพื่อนๆ ก็หัวเราะแล้วปล่อยผ่าน ฉันจึงไม่เคยคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่
그런데 어느 날 면접 스터디 모임에서 한 선배가 조용히 저를 불러 이야기를 했어요.
แต่วันหนึ่งในกลุ่มติวสัมภาษณ์งาน รุ่นพี่คนหนึ่งเรียกฉันไปคุยเงียบๆ
선배는 약속에 자꾸 늦어 버릇하면 정작 중요한 날에도 늦게 된다고 충고했어요.
รุ่นพี่เตือนว่าถ้าไปสายจนติดเป็นนิสัย พอถึงวันที่สำคัญจริงๆ ก็จะไปสายด้วย
그 말이 마음에 걸렸던 저는 그 주에 약속 장소에 도착한 시간을 모두 적어 보았어요.
คำพูดนั้นติดอยู่ในใจ สัปดาห์นั้นฉันจึงลองจดเวลาที่ไปถึงที่นัดไว้ทั้งหมด
기록을 보니 일곱 번의 약속 중 제시간에 도착한 건 단 한 번뿐이었어요.
พอดูบันทึกแล้ว จากการนัดเจ็ดครั้ง ฉันไปถึงตรงเวลาแค่ครั้งเดียว
그 뒤로 저는 출발 시간을 약속 시간이 아니라 도착하고 싶은 시간에 맞춰 정하고 있어요.
หลังจากนั้น ฉันกำหนดเวลาออกจากบ้านโดยไม่ได้ยึดเวลานัด แต่ยึดเวลาที่อยากไปถึง
남의 시간을 존중하는 것이 곧 신뢰를 쌓는 첫걸음이라는 걸 이제야 알게 됐어요.
เพิ่งมารู้ตอนนี้เองว่าการเคารพเวลาของคนอื่นคือก้าวแรกของการสร้างความไว้วางใจ
รุ่นพี่ให้คำแนะนำอะไรกับผู้เขียน
  • บอกว่านิสัยไปสายจะติดไปถึงวันสำคัญด้วย ✓
  • บอกให้เลิกเข้ากลุ่มติวสัมภาษณ์งาน
  • บอกให้ลดการนัดเจอเพื่อนลง
  • บอกให้เปลี่ยนที่นัดเป็นที่ใกล้ๆ
ผู้เขียนรู้อะไรจากการดูบันทึก
  • ไปถึงก่อนเวลาทุกนัด
  • เพื่อนๆ มาสายบ่อยกว่าผู้เขียน
  • ไปถึงตรงเวลาแค่ครั้งเดียว ✓
  • ยกเลิกนัดทั้งเจ็ดครั้ง
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • เพื่อนๆ โกรธมากที่ผู้เขียนมาสาย
  • ผู้เขียนออกเดินทางตามเวลาที่อยากไปถึง ✓
  • ผู้เขียนลืมคำพูดของรุ่นพี่ไปในไม่ช้า
  • รุ่นพี่ดุผู้เขียนต่อหน้าคนหลายคน

🧤 คุณตาเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับคนหนุ่มสาว

우리 외할아버지는 젊은 세대에 대해 늘 불만이 많으셨어요.
คุณตาของฉันมักไม่พอใจคนรุ่นใหม่อยู่เสมอ
뉴스를 보실 때마다 “요즘 젊은 애들은 게을러 빠졌어.”라며 혀를 차셨죠.
ทุกครั้งที่ดูข่าว คุณตาจะจุ๊ปากแล้วพูดว่า “เด็กสมัยนี้ขี้เกียจตัวเป็นขน”
그런데 지난겨울, 할아버지 댁이 있는 산동네에 연탄 배달 봉사단이 찾아왔어요.
แต่เมื่อฤดูหนาวที่แล้ว กลุ่มอาสาสมัครส่งถ่านอัดแท่งได้มาที่ชุมชนบนเนินเขาที่บ้านคุณตาตั้งอยู่
봉사단원 대부분은 이십 대 대학생과 직장인이었어요.
อาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยและพนักงานบริษัทวัยยี่สิบกว่า
그들은 가파른 골목을 오르내리며 하루 종일 수천 장의 연탄을 날랐어요.
พวกเขาขึ้นลงตามตรอกที่สูงชันทั้งวัน ขนถ่านอัดแท่งหลายพันก้อน
얼굴에 검은 가루를 묻힌 채 웃으며 인사하는 청년들을 보고 할아버지는 한참 말이 없으셨어요.
พอเห็นคนหนุ่มสาวที่หน้าเปื้อนฝุ่นดำแต่ยังยิ้มทักทาย คุณตาก็เงียบไปนาน
그날 저녁 할아버지는 한 세대를 한마디로 판단하는 건 옳지 않았다고 말씀하셨어요.
เย็นวันนั้นคุณตาพูดว่า การตัดสินคนทั้งรุ่นด้วยคำพูดเพียงคำเดียวนั้นไม่ถูกต้อง
편견은 직접 만나 보는 경험 앞에서 가장 쉽게 무너지는 것 같아요.
ฉันคิดว่าอคติจะพังทลายได้ง่ายที่สุดเมื่อได้เจอกันด้วยตัวเอง
กลุ่มอาสาสมัครส่งถ่านอัดแท่งส่วนใหญ่เป็นใคร
  • เป็นผู้สูงอายุรุ่นเดียวกับคุณตา
  • เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนบนเนินเขา
  • เป็นนักข่าวจากสถานีโทรทัศน์
  • เป็นนักศึกษาและพนักงานบริษัทวัยยี่สิบกว่า ✓
เหตุผลใดเหมาะสมที่สุดที่ทำให้คุณตาเงียบไปนาน
  • เพราะความคิดที่มีต่อคนหนุ่มสาวเริ่มสั่นคลอน ✓
  • เพราะฝุ่นถ่านทำให้เจ็บคอ
  • เพราะอาสาสมัครไม่ได้ทักทาย
  • เพราะรู้ว่าถ่านอัดแท่งไม่พอ
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกมากที่สุดคืออะไร
  • คนรุ่นใหม่ขี้เกียจจริงๆ
  • ควรส่งถ่านอัดแท่งเฉพาะฤดูหนาว
  • มีแค่นักศึกษาเท่านั้นที่ทำงานอาสาได้
  • อคติจะหายไปได้ง่ายเมื่อได้สัมผัสด้วยตัวเอง ✓

🥫 ตู้เย็นแบ่งปันข้างตลาด

우리 동네 시장 입구에는 누구나 음식을 넣고 가져갈 수 있는 나눔 냉장고가 있어요.
ที่ทางเข้าตลาดในละแวกบ้านเรามีตู้เย็นแบ่งปันที่ใครก็ใส่อาหารและหยิบไปได้
식당이나 가정에서 남는 음식을 깨끗하게 포장해 넣으면, 필요한 사람이 자유롭게 가져가요.
เมื่อร้านอาหารหรือบ้านเรือนห่ออาหารที่เหลืออย่างสะอาดแล้วใส่ไว้ คนที่ต้องการก็หยิบไปได้อย่างอิสระ
처음에는 한꺼번에 많이 가져가는 사람이 있을까 봐 걱정하는 목소리도 있었어요.
ตอนแรกก็มีเสียงกังวลว่าอาจมีคนหยิบไปทีละมาก ๆ
그래서 한 사람이 한 번에 두 개까지만 가져가자는 약속을 냉장고 문에 써 붙였어요.
จึงมีการเขียนข้อตกลงติดไว้ที่ประตูตู้เย็นว่า หนึ่งคนหยิบได้ครั้งละไม่เกินสองชิ้น
얼마 전 이사 온 한 할아버지는 냉장고를 보고 “이게 소문으로 듣던 나눔 냉장고로구먼요.”라며 반가워하셨어요.
คุณตาคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายมาไม่นานเห็นตู้เย็นแล้วก็ดีใจ พูดว่า “นี่เองตู้เย็นแบ่งปันที่ได้ยินคนเขาพูดถึงกัน”
그다음 날 할아버지는 직접 담근 김치를 작은 통에 나누어 냉장고에 넣어 두셨어요.
วันรุ่งขึ้น คุณตาแบ่งกิมจิที่ดองเองใส่กล่องเล็ก ๆ แล้วนำไปใส่ไว้ในตู้เย็น
받기만 하는 곳이 아니라 서로 조금씩 채워 가는 곳이라서 이 냉장고가 오래 유지되는 것 같아요.
ฉันคิดว่าตู้เย็นนี้อยู่ได้นานเพราะไม่ใช่ที่ที่มีแต่คนรับ แต่เป็นที่ที่ทุกคนช่วยกันเติมทีละนิด
หยิบจากตู้เย็นแบ่งปันได้ครั้งละเท่าไร
  • หนึ่งคนหยิบได้แค่หนึ่งชิ้น
  • หนึ่งคนหยิบได้ไม่เกินสองชิ้น ✓
  • หนึ่งคนหยิบได้ไม่เกินสามชิ้น
  • หยิบได้ทั้งหมดเท่าที่ต้องการ
วันรุ่งขึ้นคุณตาทำอะไร
  • หยิบกิมจิไปจากตู้เย็น
  • เขียนข้อตกลงติดที่ประตูตู้เย็น
  • นำกิมจิที่ดองเองไปใส่ในตู้เย็น ✓
  • ซื้อกิมจิที่ตลาดมากิน
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของบทความนี้
  • ตู้เย็นแบ่งปันอยู่ได้เพราะทุกคนช่วยกันเติม ✓
  • มีแต่ร้านอาหารที่ใช้ตู้เย็นแบ่งปันได้
  • ตั้งแต่แรกไม่มีใครกังวลเลย
  • คุณตาอาศัยอยู่ในละแวกนี้มานานแล้ว

🍜 ลูกค้าไร้มารยาทที่ร้านก๋วยเตี๋ยว

점심시간이면 회사 근처 국숫집은 늘 손님으로 북적여요.
พอถึงเวลาพักเที่ยง ร้านก๋วยเตี๋ยวใกล้ที่ทำงานก็เต็มไปด้วยลูกค้าเสมอ
그날은 새로 온 아르바이트생이 혼자 주문을 받느라 정신이 없어 보였어요.
วันนั้นพนักงานพาร์ตไทม์คนใหม่รับออร์เดอร์อยู่คนเดียวจนดูวุ่นวายไปหมด
한 손님은 왜 이렇게 늦게 나오느냐느니 물은 왜 안 주느냐느니 하며 계속 큰 소리로 재촉했어요.
ลูกค้าคนหนึ่งเร่งเสียงดังไม่หยุด ทั้งถามว่าทำไมอาหารออกช้าขนาดนี้ ทั้งถามว่าทำไมไม่เอาน้ำมาให้
아르바이트생은 연신 고개를 숙이며 죄송하다는 말만 되풀이했어요.
พนักงานพาร์ตไทม์ก้มหัวไม่หยุด พูดซ้ำแต่คำว่าขอโทษ
그러자 옆자리의 한 할머니가 “다들 바쁜데 조금만 기다려 줍시다.”라고 부드럽게 말씀하셨어요.
แล้วคุณยายที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ ก็พูดอย่างนุ่มนวลว่า “ทุกคนก็ยุ่งกันอยู่ รอกันอีกสักหน่อยเถอะ”
식당 안이 잠시 조용해졌고, 그 손님도 머쓱했는지 더 이상 재촉하지 않았어요.
ในร้านเงียบลงไปครู่หนึ่ง ลูกค้าคนนั้นก็คงจะเขินจึงไม่เร่งอีก
계산대 옆에는 직원도 누군가의 소중한 가족이라는 문구가 붙어 있었어요.
ข้างเคาน์เตอร์คิดเงินมีข้อความติดไว้ว่า พนักงานก็เป็นครอบครัวอันเป็นที่รักของใครบางคน
손님이라는 이유로 함부로 대해도 되는 사람은 없다는 걸 다시 생각하게 된 날이었어요.
เป็นวันที่ทำให้ฉันได้คิดอีกครั้งว่า ไม่มีใครที่ควรถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นลูกค้า
ลูกค้าบ่นอะไรกับพนักงานพาร์ตไทม์
  • บอกว่าก๋วยเตี๋ยวจืดเกินไป
  • บอกว่าอาหารช้าและไม่เอาน้ำมาให้ ✓
  • บอกว่าที่นั่งแคบเกินไป
  • บอกว่าคิดเงินผิด
ทำไมในร้านจึงเงียบลงไปครู่หนึ่ง
  • เพราะพนักงานพาร์ตไทม์โกรธมาก
  • เพราะเจ้าของร้านไล่ลูกค้าออกไป
  • เพราะคุณยายพูดอย่างนุ่มนวลว่าให้รอกัน ✓
  • เพราะอาหารออกมาพร้อมกันทีเดียว
ใจความสำคัญของบทความนี้คืออะไร
  • ไม่ควรไปร้านอาหารที่คนเยอะ
  • พนักงานพาร์ตไทม์ต้องทำงานให้เร็วขึ้น
  • ช่วงพักเที่ยงต้องต่อแถว
  • ถึงจะเป็นลูกค้าก็ไม่ควรปฏิบัติต่อพนักงานอย่างไม่ให้เกียรติ ✓

🚲 ขายจักรยานเก่าอย่างซื่อสัตย์

대학에 들어가면서 고등학교 때 타던 자전거를 중고로 팔기로 했어요.
ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ฉันตัดสินใจขายจักรยานที่ขี่สมัยมัธยมปลายเป็นของมือสอง
겉보기에는 깨끗했지만 사실 뒷바퀴 브레이크가 조금 밀리는 문제가 있었어요.
ภายนอกดูสะอาดดี แต่ที่จริงเบรกล้อหลังมีปัญหาลื่นนิดหน่อย
저는 굳이 그 이야기까지 해야 하나 싶어서 판매 글에는 상태가 좋다고만 썼어요.
ฉันคิดว่าจำเป็นต้องบอกเรื่องนั้นด้วยหรือ เลยเขียนในประกาศขายแค่ว่าสภาพดี
그 글을 본 아버지는 “사는 사람이 상태가 괜찮으냐거든 브레이크 이야기부터 해라.” 하셨어요.
พ่อเห็นประกาศแล้วก็บอกว่า “ถ้าคนซื้อถามว่าสภาพโอเคไหม ก็เล่าเรื่องเบรกก่อนเลย”
아버지는 숨긴 흠은 결국 드러나고, 그때 잃는 것은 돈보다 믿음이라고 덧붙이셨어요.
พ่อพูดเสริมว่าตำหนิที่ซ่อนไว้สุดท้ายก็จะถูกเปิดเผย และตอนนั้นสิ่งที่เสียไปคือความเชื่อใจมากกว่าเงิน
결국 저는 글을 고치고 브레이크 문제를 적은 뒤 가격도 조금 낮췄어요.
สุดท้ายฉันก็แก้ประกาศ เขียนเรื่องปัญหาเบรกลงไป แล้วลดราคาลงนิดหน่อย
자전거를 사러 온 분은 솔직하게 말해 줘서 고맙다며 직접 고쳐 타겠다고 하셨어요.
คนที่มาซื้อจักรยานขอบคุณที่ฉันพูดตามตรง และบอกว่าจะซ่อมเองแล้วขี่
며칠 뒤 그분은 브레이크를 고친 자전거 사진과 함께 감사 문자를 보내 주셨어요.
ไม่กี่วันต่อมา คนนั้นส่งข้อความขอบคุณมาพร้อมรูปจักรยานที่ซ่อมเบรกแล้ว
ตอนแก้ประกาศขาย คนนี้ทำอะไร
  • ลดราคาจักรยานลงนิดหน่อย ✓
  • ซ่อมเบรกเอง
  • ยกจักรยานให้พ่อ
  • ลบประกาศขายทิ้งไปเลย
ทำไมพ่อจึงบอกว่าอย่าปิดบังตำหนิ
  • เพราะจะขายจักรยานได้ราคาสูงขึ้น
  • เพราะคนซื้อเป็นเพื่อนของพ่อ
  • เพราะถ้าปิดบังจะเสียความเชื่อใจ ✓
  • เพราะประกาศขายสั้นเกินไป
บทความนี้ต้องการจะบอกอะไร
  • ไม่ควรซื้อของมือสอง
  • แม้แต่ตอนขายของ ความซื่อสัตย์ก็สำคัญ ✓
  • จักรยานต้องซ่อมบ่อย ๆ
  • การขายได้ราคาแพงสำคัญที่สุด

🚌 นักศึกษาหน้าซีดที่นั่งข้าง ๆ

지난 추석 연휴에 저는 고향에 가려고 고속버스를 탔어요.
ช่วงวันหยุดชูซอกที่ผ่านมา ฉันนั่งรถบัสด่วนเพื่อกลับบ้านเกิด
옆자리에는 커다란 가방을 꼭 안은 외국인 유학생이 앉아 있었어요.
ที่นั่งข้าง ๆ มีนักศึกษาต่างชาติคนหนึ่งนั่งกอดกระเป๋าใบใหญ่ไว้แน่น
출발하고 삼십 분쯤 지나자 그 학생의 얼굴이 하얗게 질리고 이마에 땀이 맺혔어요.
ออกรถไปได้ราวสามสิบนาที หน้าของนักศึกษาคนนั้นก็ซีดขาว เหงื่อผุดขึ้นที่หน้าผาก
괜히 참견하는 것 같아 망설이다가 저는 조심스럽게 속이 안 좋으냐고 물었어요.
ฉันลังเลเพราะกลัวจะดูเป็นการยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ก็ถามอย่างระมัดระวังว่าไม่สบายท้องหรือเปล่า
학생은 버스를 오래 타 본 적이 없어서 멀미가 난다며 힘없이 고개를 끄덕였어요.
นักศึกษาพยักหน้าอย่างอ่อนแรง บอกว่าไม่เคยนั่งรถบัสนานขนาดนี้เลยเมารถ
저는 창가 자리를 바꿔 주고 가방에 있던 멀미약과 생수를 건넸어요.
ฉันสลับให้เขานั่งริมหน้าต่าง แล้วยื่นยาแก้เมารถกับน้ำดื่มที่มีอยู่ในกระเป๋าให้
휴게소에서 바람을 쐬고 나자 학생은 한결 나아졌다며 고맙다고 여러 번 인사했어요.
หลังจากได้สูดอากาศที่จุดพักรถ นักศึกษาก็บอกว่าดีขึ้นมากแล้ว และขอบคุณฉันหลายครั้ง
그날 이후 저는 낯선 사람이라도 힘들어 보이면 먼저 말을 거는 용기를 내 보려고 해요.
ตั้งแต่วันนั้น ถึงจะเป็นคนแปลกหน้า ถ้าเห็นใครดูไม่ไหว ฉันก็พยายามกล้าที่จะเป็นฝ่ายทักก่อน
คนนี้ยื่นอะไรให้นักศึกษา
  • ชาร้อนกับขนม
  • แผนที่บ้านเกิดกับตั๋วรถบัส
  • กระเป๋าใบใหญ่
  • ยาแก้เมารถกับน้ำดื่ม ✓
ทำไมหน้าของนักศึกษาจึงซีดขาว
  • เพราะเมารถบัส ✓
  • เพราะทำกระเป๋าหาย
  • เพราะขึ้นรถบัสผิดคัน
  • เพราะคิดถึงบ้าน
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของบทความนี้
  • นักศึกษาลงจากรถบัสที่จุดพักรถ
  • นักศึกษาเป็นฝ่ายขอความช่วยเหลือจากคนนี้ก่อน
  • คนนี้เมารถบนรถบัส
  • คนนี้สลับที่นั่งให้นักศึกษา ✓

🩸 เหตุผลที่ฉันยังบริจาคโลหิตอยู่

저는 두 달에 한 번씩 헌혈의 집에 가서 헌혈을 해요.
ทุกสองเดือนครั้ง ฉันจะไปบริจาคโลหิตที่ศูนย์รับบริจาคโลหิต
벌써 서른 번 넘게 했다고 하면 친구들은 하나같이 놀란 표정을 지어요.
พอบอกว่าบริจาคมาแล้วกว่าสามสิบครั้ง เพื่อน ๆ ทุกคนก็ทำหน้าตกใจเหมือนกันหมด
주사가 무섭지 않으냐고요? 저도 처음에는 바늘만 봐도 손에 땀이 났어요.
ถามว่าไม่กลัวเข็มฉีดยาเหรอ ตอนแรกฉันก็แค่เห็นเข็มมือก็เหงื่อออกแล้ว
그런데 대학 시절, 큰 수술을 받은 친구가 수혈 덕분에 회복하는 모습을 곁에서 지켜봤어요.
แต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ฉันได้เห็นกับตาว่าเพื่อนที่ผ่าตัดใหญ่ฟื้นตัวได้เพราะการให้เลือด
그때부터 헌혈은 제가 이름도 모르는 누군가와 연결되는 방법이 되었어요.
ตั้งแต่นั้นมา การบริจาคโลหิตก็กลายเป็นวิธีที่ฉันได้เชื่อมโยงกับใครสักคนที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อ
혈액은 인공적으로 만들 수 없어서 결국 사람들의 나눔에 기댈 수밖에 없대요.
ได้ยินว่าเลือดไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ สุดท้ายจึงต้องพึ่งการแบ่งปันของผู้คนเท่านั้น
물론 건강 상태에 따라 헌혈을 못 하는 사람도 있으니 누구에게나 강요할 수는 없어요.
แน่นอนว่ามีคนที่บริจาคโลหิตไม่ได้เพราะสุขภาพ จึงบังคับทุกคนไม่ได้
다만 할 수 있는 사람이라면 한 번쯤 용기를 내 보면 좋겠어요.
แต่ถ้าเป็นคนที่ทำได้ ก็อยากให้ลองกล้าดูสักครั้ง
อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้เขียนบริจาคโลหิตต่อเนื่อง
  • บริจาคโลหิตแล้วได้ของขวัญราคาแพง
  • ได้เห็นเพื่อนฟื้นตัวเพราะการให้เลือด ✓
  • โรงเรียนบังคับให้บริจาคโลหิต
  • เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วได้ทำงานที่โรงพยาบาล
ทำไมเลือดจึงต้องพึ่งการแบ่งปันของผู้คนเท่านั้น
  • เพราะศูนย์รับบริจาคโลหิตมีน้อยเกินไป
  • เพราะโรงพยาบาลไม่ขายเลือด
  • เพราะเลือดไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ✓
  • เพราะบริจาคโลหิตได้แค่ปีละครั้ง
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกมากที่สุดคืออะไร
  • ถ้าทำได้ ก็อยากให้กล้าลองบริจาคโลหิต ✓
  • ทุกคนต้องบริจาคโลหิตให้ได้
  • คนที่กลัวเข็มฉีดยาไม่ควรบริจาคโลหิต
  • การบริจาคโลหิตต้องทำเกินสามสิบครั้งจึงจะมีความหมาย

🚇 อธิบายมารยาทบนรถไฟใต้ดินให้เพื่อนฟัง

우리 학과에 교환 학생으로 온 친구와 함께 지하철을 탄 적이 있어요.
ฉันเคยนั่งรถไฟใต้ดินกับเพื่อนที่มาเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ภาควิชาของเรา
그 친구는 객실 곳곳에 붙은 안내문과 표시를 신기한 듯 둘러보았어요.
เพื่อนคนนั้นมองไปรอบ ๆ ดูป้ายประกาศและสัญลักษณ์ที่ติดอยู่ทั่วตู้รถไฟอย่างแปลกใจ
한국 지하철에는 왜 이렇게 지켜야 할 규칙이 많으냐기에 저는 하나씩 설명해 주었어요.
พอเขาถามว่าทำไมรถไฟใต้ดินเกาหลีถึงมีกฎที่ต้องทำตามเยอะขนาดนี้ ฉันก็อธิบายให้ฟังทีละข้อ
노약자석은 몸이 불편한 분들을 위해 비워 두고, 통화는 작은 목소리로 짧게 하는 게 좋다고요.
ว่าที่นั่งสำรองเว้นว่างไว้ให้คนที่ร่างกายไม่สะดวก และถ้าจะคุยโทรศัพท์ก็ควรพูดเบา ๆ และสั้น ๆ
친구는 처음에는 규칙이 너무 많다고 느꼈는데 설명을 듣고 나니 이해가 된다고 했어요.
เพื่อนบอกว่าตอนแรกรู้สึกว่ากฎเยอะเกินไป แต่พอฟังคำอธิบายแล้วก็เข้าใจ
그러면서 모르는 사람들이 좁은 공간을 함께 쓰려면 서로 조금씩 양보해야 한다고 덧붙였어요.
แล้วเขาก็พูดเสริมว่า ถ้าคนไม่รู้จักกันจะใช้พื้นที่แคบ ๆ ร่วมกัน ก็ต้องยอมกันคนละนิด
저는 늘 당연하게 여기던 규칙을 다른 사람의 눈으로 다시 보게 되었어요.
ฉันได้มองกฎที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดามาตลอดใหม่อีกครั้งผ่านสายตาของคนอื่น
규칙은 결국 낯선 사람들끼리 편하게 지내기 위한 배려의 약속이라는 생각이 들었어요.
ฉันคิดว่าสุดท้ายแล้วกฎก็คือข้อตกลงแห่งความเกรงใจ เพื่อให้คนแปลกหน้าอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจ
เพื่อนนักศึกษาแลกเปลี่ยนถามอะไรผู้เขียน
  • ถามว่าที่นั่งสำรองอยู่ตรงไหน
  • ถามว่าทำไมรถไฟใต้ดินมีกฎเยอะ ✓
  • ถามว่าค่าโดยสารรถไฟใต้ดินเท่าไร
  • ถามว่าต้องออกทางออกหมายเลขไหน
ทำไมเพื่อนจึงเข้าใจกฎ
  • เพราะแปลป้ายประกาศทั้งหมดแล้วอ่าน
  • เพราะเคยเสียค่าปรับในรถไฟใต้ดิน
  • เพราะผู้เขียนอธิบายกฎให้ฟังทีละข้อ ✓
  • เพราะที่ประเทศของเขาก็มีกฎแบบเดียวกัน
ใจความสำคัญของบทความนี้คืออะไร
  • รถไฟใต้ดินเกาหลีมีกฎมากเกินไป
  • บนรถไฟใต้ดินห้ามคุยโทรศัพท์เด็ดขาด
  • นักศึกษาแลกเปลี่ยนไม่รู้กฎก็ไม่เป็นไร
  • กฎคือข้อตกลงแห่งความเกรงใจระหว่างคนแปลกหน้า ✓
ฝึกฟรีในแอป →