บทอ่านระดับ TOPIK II ในหมวด “ประวัติศาสตร์” 20 บท แต่ละบทมีคำแปลรายประโยคและคำถามวัดความเข้าใจ
🌟 หอหินเล็ก ๆ แห่งชอมซองแด
지난 주말에 저는 초등학생 조카와 함께 경주에 있는 첨성대에 갔어요.
เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ฉันไปชอมซองแดที่คย็องจูกับหลานที่เรียนอยู่ชั้นประถม
첨성대는 신라 선덕여왕 때 세워졌다고 전해지는 건축물로, 하늘을 관찰하던 곳으로 알려져 있어요.
ชอมซองแดเป็นสิ่งก่อสร้างที่เล่ากันว่าสร้างขึ้นในสมัยพระราชินีซอนด็อกแห่งชิลลา และเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่สังเกตท้องฟ้า
그런데 조카가 첨성대를 보자마자 별을 보던 곳이 왜 이렇게 작으냐길래 저는 뭐라고 대답할지 잠시 고민했어요.
แต่พอหลานเห็นชอมซองแดก็ถามทันทีว่าทำไมที่ดูดาวถึงเล็กแบบนี้ ฉันเลยต้องคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะตอบว่าอะไรดี
저는 큰 망원경이 없던 시절에는 사람이 직접 맨눈으로 하늘을 살폈다고 설명해 줬어요.
ฉันอธิบายให้ฟังว่าในสมัยที่ยังไม่มีกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ คนเราสังเกตท้องฟ้าด้วยตาเปล่าโดยตรง
그 시절 사람들에게는 해와 달, 별의 움직임을 아는 것이 농사를 짓는 데 아주 중요했어요.
สำหรับคนในสมัยนั้น การรู้การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดวงดาวเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการทำเกษตร
조카는 돌로 쌓은 첨성대가 천삼백 년이 넘도록 무너지지 않고 서 있다는 것이 대단하다며 한참 동안 사진을 찍었어요.
หลานบอกว่าชอมซองแดที่ก่อด้วยหินตั้งอยู่ได้โดยไม่พังทลายมากว่า 1,300 ปีนั้นน่าทึ่งมาก แล้วก็ถ่ายรูปอยู่นานเลย
크기만 보고 판단하면 그 안에 담긴 옛사람들의 지혜를 놓치기 쉽다는 것을 저도 다시 느꼈어요.
ฉันเองก็ได้รู้สึกอีกครั้งว่า ถ้าตัดสินจากขนาดเพียงอย่างเดียว ก็ง่ายที่จะมองข้ามภูมิปัญญาของคนโบราณที่แฝงอยู่ในนั้น
หลานถามอะไรเมื่อเห็นชอมซองแด
- ถามว่าทำไมชอมซองแดถึงเล็กขนาดนี้ ✓
- ถามว่าใครเป็นคนสร้างชอมซองแด
- ถามว่าขึ้นไปบนชอมซองแดได้ไหม
- ถามว่าชอมซองแดพังลงเมื่อไร
ทำไมการรู้การเคลื่อนไหวของท้องฟ้าจึงสำคัญต่อคนในสมัยก่อน
- เพราะอยากทดลองกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่
- เพราะพระราชินีชอบดูดาว
- เพราะจำเป็นต่อการทำเกษตร ✓
- เพราะอยากก่อชอมซองแดให้สูงขึ้น
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- ภายในชอมซองแดมีกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่
- ชอมซองแดสร้างขึ้นในสมัยชิลลา ✓
- หลานไม่แสดงความสนใจในชอมซองแด
- ผู้เขียนไปเที่ยวคย็องจูคนเดียว
📜 แม่พิมพ์ไม้แห่งวัดแฮอินซา
대학생 도윤 씨는 방학 동안 합천 해인사에서 문화재 해설 봉사를 했어요.
ในช่วงปิดเทอม นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อโดยุนไปเป็นอาสาสมัครบรรยายมรดกทางวัฒนธรรมที่วัดแฮอินซาในฮับชอน
해인사에는 고려 시대에 만들어진 팔만대장경이 보관되어 있어요.
ที่วัดแฮอินซาเก็บรักษาพัลมันแดจังกย็อง (พระไตรปิฎกเกาหลี) ที่สร้างขึ้นในสมัยโครยอไว้
하루는 한 관람객에게서 나무판이 정말 그렇게 많으냐는 질문을 받았어요.
วันหนึ่ง มีผู้เข้าชมคนหนึ่งถามเขาว่าแผ่นไม้มีเยอะขนาดนั้นจริง ๆ หรือ
도윤 씨는 불교 경전을 새긴 나무판이 팔만 장이 넘어서 이런 이름이 붙었다고 대답했어요.
โดยุนตอบว่าที่ได้ชื่อนี้มาก็เพราะมีแผ่นไม้ที่สลักพระคัมภีร์ทางพุทธศาสนาไว้มากกว่าแปดหมื่นแผ่น (พัลมันแปลว่าแปดหมื่น)
더 놀라운 점은 칠백 년이 넘는 세월 동안 이 나무판들이 거의 상하지 않았다는 사실이에요.
ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ตลอดเวลากว่าเจ็ดร้อยปี แผ่นไม้เหล่านี้แทบไม่เสียหายเลย
그 비결로는 바람이 잘 통하고 습기를 조절하도록 지은 보관 건물인 장경판전이 꼽혀요.
เคล็ดลับที่มักถูกยกขึ้นมาคือจังกย็องพันจอน อาคารเก็บรักษาที่สร้างให้ลมถ่ายเทได้ดีและควบคุมความชื้นได้
이 건물은 그 가치를 인정받아 유네스코 세계 유산으로 등재되었어요.
อาคารนี้ได้รับการยอมรับในคุณค่าและขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโก
관람객은 설명을 듣고 나서 옛사람들의 과학적인 지혜에 감탄했어요.
หลังฟังคำอธิบายแล้ว ผู้เข้าชมก็ทึ่งในภูมิปัญญาเชิงวิทยาศาสตร์ของคนโบราณ
ผู้เข้าชมถามโดยุนว่าอะไร
- ถามว่าใครเป็นคนแกะสลักแผ่นไม้
- ถามว่าลองจับแผ่นไม้ได้ไหม
- ถามว่าอาคารถูกสร้างใหม่เมื่อไร
- ถามว่าแผ่นไม้มีเยอะขนาดนั้นจริงหรือ ✓
ทำไมแผ่นไม้เหล่านั้นจึงถูกเก็บรักษาไว้ได้ดีเป็นเวลานาน
- เพราะเก็บไว้ในอาคารที่ควบคุมลมและความชื้นได้ ✓
- เพราะทำแผ่นไม้ขึ้นใหม่ทุกปี
- เพราะฝังแผ่นไม้ไว้ลึกใต้ดิน
- เพราะผู้เข้าชมไม่ได้จับแผ่นไม้
จากเรื่องนี้ เราทราบอะไรได้บ้าง
- พัลมันแดจังกย็องสร้างขึ้นในสมัยโชซอน
- โดยุนเป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ที่วัดแฮอินซา
- แผ่นไม้มีทั้งหมดประมาณแปดพันแผ่น
- จังกย็องพันจอนได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ✓
🔠 ตัวอักษรจิ๋วของจิกจี
지난 방학에 수아네 가족은 청주에 있는 고인쇄 박물관에 갔어요.
ปิดเทอมที่แล้ว ครอบครัวของซูอาไปพิพิธภัณฑ์การพิมพ์โบราณที่ชองจู
그곳에는 지금 남아 있는 금속 활자 책 가운데 가장 오래된 직지에 관한 전시가 있었어요.
ที่นั่นมีนิทรรศการเกี่ยวกับจิกจี หนังสือที่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์โลหะที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน
직지는 고려 시대인 천삼백칠십칠 년에 청주의 흥덕사에서 금속 활자로 찍어 낸 책이에요.
จิกจีเป็นหนังสือที่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์โลหะเมื่อปี 1377 ในสมัยโครยอ ที่วัดฮึงด็อกซาในชองจู
활자 모형을 한참 들여다보던 수아가 엄마에게 무언가를 작게 속삭였어요.
ซูอาจ้องดูแบบจำลองตัวพิมพ์อยู่นาน แล้วก็กระซิบอะไรบางอย่างเบา ๆ กับแม่
엄마는 웃으면서 아빠에게 “수아가 글자 하나하나가 왜 이렇게 작으냐는구나.”라고 전했어요.
แม่ยิ้มแล้วบอกพ่อว่า “ซูอาถามว่าทำไมตัวอักษรแต่ละตัวถึงเล็กขนาดนี้น่ะ”
아빠는 작은 글자를 하나씩 만들어 두면 여러 번 다시 조합해서 다른 책도 찍을 수 있다고 설명해 주셨어요.
พ่ออธิบายว่าถ้าทำตัวอักษรเล็ก ๆ เก็บไว้ทีละตัว ก็จะนำมาเรียงใหม่ได้หลายครั้งเพื่อพิมพ์หนังสือเล่มอื่นได้ด้วย
수아는 그 책이 지금은 프랑스 국립 도서관에 보관되어 있다는 말을 듣고 언젠가 직접 보고 싶다고 했어요.
พอซูอาได้ยินว่าตอนนี้หนังสือเล่มนั้นเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส ก็บอกว่าสักวันอยากไปดูด้วยตาตัวเอง
คำถามที่ซูอากระซิบถามแม่คืออะไร
- ถามว่าทำไมหนังสือถึงอยู่ที่ฝรั่งเศส
- ถามว่าทำไมตัวอักษรถึงเล็กขนาดนี้ ✓
- ถามว่าตัวพิมพ์ทำจากอะไร
- ถามว่าพิพิธภัณฑ์ปิดเมื่อไร
ตามคำอธิบายของพ่อ ทำไมจึงทำตัวพิมพ์เล็ก ๆ ทีละตัว
- เพราะทำง่ายกว่าตัวอักษรขนาดใหญ่
- เพื่อทำให้หนังสือเบาลง
- เพราะนำมาเรียงใหม่ใช้ได้หลายครั้ง ✓
- เพื่อประหยัดกระดาษ
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- จิกจีเป็นหนังสือที่พิมพ์ที่ชองจูในสมัยโครยอ ✓
- ปัจจุบันจิกจีอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในชองจู
- ซูอาถามพ่อโดยตรง
- จิกจีเป็นหนังสือที่พิมพ์ด้วยตัวพิมพ์ไม้
⏳ นาฬิกาน้ำที่ตีระฆังได้เอง
저희 할아버지는 은퇴하신 뒤로 고궁 박물관에서 해설 봉사를 하고 계세요.
หลังเกษียณ คุณปู่ของฉันก็ไปเป็นอาสาสมัครบรรยายที่พิพิธภัณฑ์พระราชวัง
지난주에 저는 할아버지의 해설을 들으러 박물관에 따라갔어요.
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันตามคุณปู่ไปพิพิธภัณฑ์เพื่อฟังคุณปู่บรรยาย
그날 할아버지는 세종 때 장영실이 만든 자동 물시계인 자격루를 소개하셨어요.
วันนั้นคุณปู่แนะนำจากย็องนู นาฬิกาน้ำอัตโนมัติที่จางยองซิลสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเซจง
설명이 끝나자 앞줄에 있던 학생 하나가 손을 들고 질문을 했어요.
พอบรรยายจบ นักเรียนคนหนึ่งที่อยู่แถวหน้าก็ยกมือถามคำถาม
할아버지는 해시계를 맡은 친구 해설사를 돌아보며 “이 학생이 물시계가 해시계보다 좋으냐는군.” 하고 웃으셨어요.
คุณปู่หันไปหาเพื่อนที่เป็นผู้บรรยายเรื่องนาฬิกาแดด แล้วหัวเราะพลางพูดว่า “นักเรียนคนนี้ถามว่านาฬิกาน้ำดีกว่านาฬิกาแดดหรือเปล่าแน่ะ”
친구분은 해시계는 해가 없는 밤이나 흐린 날에는 쓸 수 없지만, 물시계는 언제든 시각을 알려 준다고 답하셨어요.
เพื่อนของคุณปู่ตอบว่านาฬิกาแดดใช้ไม่ได้ในเวลากลางคืนที่ไม่มีแสงอาทิตย์หรือในวันที่ฟ้าครึ้ม แต่นาฬิกาน้ำบอกเวลาได้ตลอด
게다가 자격루는 시간이 되면 인형이 종과 북을 쳐서 사람이 지켜보지 않아도 시각을 알렸다고 해요.
นอกจากนี้ยังว่ากันว่า เมื่อถึงเวลา ตุ๊กตาบนจากย็องนูจะตีระฆังและกลองเพื่อบอกเวลา แม้ไม่มีคนเฝ้าดูอยู่ก็ตาม
저는 그날 오래전 발명품 하나에도 사람들의 불편을 덜려는 고민이 담겨 있다는 것을 알게 됐어요.
วันนั้นฉันได้รู้ว่า แม้แต่สิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งจากเมื่อนานมาแล้วก็แฝงไว้ด้วยความใส่ใจที่จะลดความไม่สะดวกของผู้คน
ใครเป็นคนบอกคำถามของนักเรียนต่อให้เพื่อนผู้บรรยาย
- นักเรียนที่อยู่แถวหน้า
- คุณปู่ของผู้เขียน ✓
- ตัวผู้เขียนเอง
- ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์
นาฬิกาน้ำดีกว่านาฬิกาแดดตรงไหน
- สร้างง่ายกว่านาฬิกาแดดมาก
- มีขนาดเล็กจึงพกพาได้
- บอกเวลาได้แม้ในเวลากลางคืนหรือวันที่ฟ้าครึ้ม ✓
- ต้องมีคนคอยเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ ตลอด
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- จากย็องนูใช้ได้เฉพาะตอนที่มีแดดเท่านั้น
- ผู้เขียนเป็นอาสาสมัครบรรยายที่พิพิธภัณฑ์
- จากย็องนูเป็นนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยโครยอ
- จากย็องนูมีตุ๊กตาตีระฆังและกลองเพื่อบอกเวลา ✓
💡 หลอดไฟของเอดิสันสว่างแค่ไหน
초등학생인 사촌 동생 지훈이가 방학 숙제로 에디슨에 대해 조사하게 됐어요.
จีฮุน ลูกพี่ลูกน้องของฉันที่เรียนชั้นประถม ต้องค้นคว้าเรื่องเอดิสันเป็นการบ้านช่วงปิดเทอม
많은 사람이 에디슨이 전구를 처음 발명했다고 알고 있지만, 사실 그 전에도 전구는 있었어요.
หลายคนเข้าใจว่าเอดิสันเป็นผู้ประดิษฐ์หลอดไฟเป็นคนแรก แต่ความจริงแล้วก่อนหน้านั้นก็มีหลอดไฟอยู่แล้ว
다만 그때의 전구는 금방 타 버리거나 값이 비싸서 집에서 쓰기 어려웠어요.
เพียงแต่หลอดไฟในตอนนั้นขาดเร็วหรือไม่ก็ราคาแพง จึงใช้ในบ้านได้ยาก
에디슨은 수많은 재료를 시험한 끝에 천팔백칠십구 년에 오래 켜 둘 수 있는 전구를 만들었어요.
หลังจากทดลองวัสดุมากมายนับไม่ถ้วน ในปี 1879 เอดิสันก็สร้างหลอดไฟที่เปิดทิ้งไว้ได้นาน
그런데 지훈이가 에디슨의 전구도 요즘 전구처럼 밝으냐는데, 저도 정확히 몰라서 함께 자료를 찾아봤어요.
แต่จีฮุนถามว่าหลอดไฟของเอดิสันสว่างเหมือนหลอดไฟสมัยนี้หรือเปล่า ฉันเองก็ไม่รู้แน่ชัด เลยช่วยกันหาข้อมูล
자료를 보니 그 전구는 요즘 전구보다 어두웠지만, 촛불이나 가스등보다 편리하고 안전했대요.
จากข้อมูลบอกว่าหลอดไฟนั้นสลัวกว่าหลอดไฟสมัยนี้ แต่สะดวกและปลอดภัยกว่าเทียนหรือตะเกียงแก๊ส
지훈이는 처음부터 완벽한 발명보다 꾸준히 고쳐 나가는 과정이 더 중요하다는 문장으로 보고서를 마무리했어요.
จีฮุนปิดท้ายรายงานด้วยประโยคที่ว่า กระบวนการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอสำคัญกว่าการประดิษฐ์ที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก
จีฮุนถามผู้เขียนว่าอะไร
- ถามว่าหลอดไฟของเอดิสันสว่างเหมือนหลอดไฟสมัยนี้หรือเปล่า ✓
- ถามว่าเอดิสันสร้างหลอดไฟเมื่อไร
- ถามว่าต้องใช้อะไรในการทำหลอดไฟ
- ถามว่าทำไมตะเกียงแก๊สถึงอันตราย
ทำไมหลอดไฟก่อนยุคของเอดิสันจึงใช้ในบ้านได้ยาก
- เพราะสว่างกว่าเทียนมากเกินไป
- เพราะต้องใช้ร่วมกับตะเกียงแก๊ส
- เพราะขาดเร็วหรือไม่ก็ราคาแพง ✓
- เพราะไม่มีวัสดุสำหรับทำเลย
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- หลอดไฟของเอดิสันสว่างกว่าหลอดไฟสมัยนี้
- มีหลอดไฟที่สร้างขึ้นก่อนของเอดิสัน ✓
- เอดิสันทดลองวัสดุเพียงชนิดเดียว
- จีฮุนหาข้อมูลคนเดียว
✈️ สิบสองวินาทีบนท้องฟ้า
주말에 민재는 초등학생 동생과 함께 과학관의 하늘 전시관에 갔어요.
สุดสัปดาห์ มินแจไปห้องจัดแสดงเรื่องท้องฟ้าของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์กับน้องชายที่เรียนชั้นประถม
전시관 한가운데에는 라이트 형제가 만든 첫 비행기의 모형이 걸려 있었어요.
กลางห้องจัดแสดงมีแบบจำลองเครื่องบินลำแรกที่พี่น้องตระกูลไรต์สร้างแขวนอยู่
라이트 형제는 천구백삼 년, 엔진을 단 비행기로 사람이 조종하는 비행에 처음 성공한 것으로 알려져 있어요.
พี่น้องตระกูลไรต์เป็นที่รู้จักว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกในการบินที่มีคนบังคับด้วยเครื่องบินติดเครื่องยนต์เมื่อปี 1903
그런데 첫 비행 시간은 겨우 십이 초였고, 날아간 거리도 사십 미터가 채 되지 않았어요.
แต่การบินครั้งแรกใช้เวลาเพียงสิบสองวินาที และระยะทางที่บินได้ก็ยังไม่ถึงสี่สิบเมตร
동생이 첫 비행이 왜 이렇게 짧으냐는데도 민재는 설명판을 읽느라 한동안 대답하지 못했어요.
ถึงน้องจะถามว่าทำไมการบินครั้งแรกถึงสั้นขนาดนี้ มินแจก็มัวแต่อ่านป้ายคำอธิบายจนตอบไม่ได้อยู่พักหนึ่ง
설명판을 다 읽은 민재는 그 십이 초가 사람이 하늘을 나는 시대의 첫걸음이었다고 말해 주었어요.
พออ่านป้ายจบ มินแจก็บอกน้องว่าสิบสองวินาทีนั้นคือก้าวแรกของยุคที่มนุษย์บินบนท้องฟ้าได้
실제로 그날 형제는 비행을 세 번 더 했고, 마지막 비행은 오십구 초 동안 이어졌대요.
อันที่จริงวันนั้นสองพี่น้องบินอีกสามครั้ง และการบินครั้งสุดท้ายนานถึงห้าสิบเก้าวินาที
동생은 짧은 시작도 계속 이어 가면 큰 변화가 될 수 있다는 걸 알았다며 고개를 끄덕였어요.
น้องพยักหน้า แล้วบอกว่าเข้าใจแล้วว่าแม้การเริ่มต้นจะสั้น แต่ถ้าทำต่อไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้
การบินครั้งแรกของพี่น้องตระกูลไรต์ใช้เวลานานเท่าไร
- นานห้าสิบเก้าวินาที
- นานสี่สิบวินาที
- นานสามชั่วโมง
- นานสิบสองวินาที ✓
ทำไมมินแจจึงตอบคำถามของน้องไม่ได้ทันที
- เพราะกำลังอ่านป้ายคำอธิบายอยู่ ✓
- เพราะไม่รู้คำตอบเลย
- เพราะน้องพูดเบาเกินไป
- เพราะกำลังถ่ายรูปแบบจำลองเครื่องบินอยู่
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- การบินครั้งแรกของพี่น้องตระกูลไรต์นานเกินหนึ่งนาที
- ในห้องจัดแสดงมีเครื่องบินจริงแขวนอยู่
- มินแจไปพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์กับเพื่อน
- พี่น้องตระกูลไรต์บินหลายครั้งในวันเดียวกัน ✓
📖 การบรรยายเรื่องแท่นพิมพ์ของกูเทนแบร์ก
저는 지난주에 동네 도서관에서 인쇄의 역사를 주제로 한 특별 강연을 들었어요.
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันไปฟังการบรรยายพิเศษในหัวข้อประวัติศาสตร์การพิมพ์ที่ห้องสมุดในละแวกบ้าน
강사는 천사백오십 년 무렵 독일의 구텐베르크가 금속 활자를 이용한 인쇄기를 만들었다고 소개했어요.
ผู้บรรยายเล่าว่า ราวปี 1450 กูเทนแบร์กแห่งเยอรมนีได้สร้างแท่นพิมพ์ที่ใช้ตัวพิมพ์โลหะ
이 인쇄기 덕분에 책을 손으로 베껴 쓰던 때보다 훨씬 빠르고 많이 만들 수 있게 됐어요.
ด้วยแท่นพิมพ์นี้ จึงทำหนังสือได้เร็วกว่าและมากกว่าสมัยที่ต้องคัดลอกด้วยมือมาก
강연이 끝나 갈 무렵, 사회를 보던 도서관 직원 예린 씨가 쪽지 하나를 들고 강사에게 다가갔어요.
ตอนที่การบรรยายใกล้จบ เยริน เจ้าหน้าที่ห้องสมุดที่เป็นพิธีกร ก็ถือกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งเดินเข้าไปหาผู้บรรยาย
예린 씨는 “저기 계신 분이 그때 찍은 성경 중에 지금까지 남은 게 많으냐는데요.” 하고 질문을 전했어요.
เยรินส่งต่อคำถามว่า “ท่านที่นั่งอยู่ตรงนั้นถามว่า คัมภีร์ไบเบิลที่พิมพ์ในตอนนั้นยังเหลืออยู่จนถึงตอนนี้เยอะไหมคะ”
강사는 처음에 백팔십 권 정도를 찍었는데, 지금은 그중 오십 권이 안 되는 책만 남아 있다고 대답했어요.
ผู้บรรยายตอบว่า ตอนแรกพิมพ์ไว้ประมาณ 180 เล่ม แต่ตอนนี้เหลืออยู่ไม่ถึงห้าสิบเล่ม
청중들은 한 권 한 권이 왜 그렇게 귀한지 이해하며 고개를 끄덕였어요.
ผู้ฟังพยักหน้า เพราะเข้าใจแล้วว่าทำไมหนังสือแต่ละเล่มจึงล้ำค่าขนาดนั้น
강연을 들은 뒤 저는 책을 쉽게 볼 수 있는 오늘날이 결코 당연한 일이 아니라는 생각이 들었어요.
หลังฟังการบรรยาย ฉันก็คิดว่าการที่ทุกวันนี้หาหนังสืออ่านได้ง่ายไม่ใช่เรื่องที่ควรมองว่าธรรมดาเลย
คำถามที่เยรินส่งต่อให้ผู้บรรยายคืออะไร
- ถามว่าแท่นพิมพ์ถูกสร้างขึ้นที่ไหน
- ถามว่าคัมภีร์ไบเบิลที่เหลืออยู่มีเยอะไหม ✓
- ถามว่าพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลอยู่กี่ปี
- ถามว่าการบรรยายจะจบเมื่อไร
หลังจากมีแท่นพิมพ์แล้ว อะไรเปลี่ยนไป
- คนที่คัดลอกหนังสือด้วยมือมีมากขึ้น
- เลิกใช้ตัวพิมพ์โลหะ
- ทำหนังสือได้เร็วขึ้นและมากขึ้น ✓
- คัมภีร์ไบเบิลราคาแพงขึ้นกว่าเดิมมาก
จากเรื่องนี้ เราทราบอะไรได้บ้าง
- คัมภีร์ไบเบิลกูเทนแบร์กที่เหลืออยู่ในปัจจุบันมีจำนวนน้อย ✓
- กูเทนแบร์กสร้างแท่นพิมพ์ในช่วงปี 1800
- ผู้บรรยายไม่ได้ตอบคำถามของผู้ฟัง
- เยรินเป็นผู้บรรยายที่ให้การบรรยาย
🌿 ทงอีโบกัมยี่สิบห้าเล่ม
한의학을 공부하는 대학생 은서 씨는 요즘 동의보감에 관한 발표를 준비하고 있어요.
อึนซอ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่เรียนการแพทย์แผนเกาหลี ช่วงนี้กำลังเตรียมนำเสนอเรื่องทงอีโบกัม
동의보감은 조선 시대 궁중 의사였던 허준이 왕의 명을 받아 쓰기 시작해 천육백십 년에 완성한 의학책이에요.
ทงอีโบกัมเป็นตำราแพทย์ที่ฮอจุน แพทย์หลวงในสมัยโชซอน เริ่มเขียนตามพระบัญชาของกษัตริย์และเขียนเสร็จในปี 1610
은서 씨는 도서관에서 동의보감이 스물다섯 권이나 된다는 것을 알고 깜짝 놀랐어요.
ที่ห้องสมุด อึนซอตกใจมากเมื่อรู้ว่าทงอีโบกัมมีถึงยี่สิบห้าเล่ม
그래서 지도 교수님께 책이 왜 이렇게 많으냐고 여쭤보았어요.
เธอจึงถามอาจารย์ที่ปรึกษาว่าทำไมหนังสือถึงมีหลายเล่มขนาดนี้
교수님은 “왜 이렇게 많으냐니, 온갖 병과 약을 다 다룬 책인데 오히려 적은 편이지.” 하고 웃으셨어요.
อาจารย์หัวเราะแล้วพูดว่า “ถามว่าทำไมเยอะขนาดนี้หรือ เป็นหนังสือที่ครอบคลุมโรคและยาทุกชนิด จะว่าไปยังถือว่าน้อยด้วยซ้ำ”
동의보감에는 병의 증상과 치료법뿐 아니라 백성들이 쉽게 구할 수 있는 약재도 정리되어 있어요.
ทงอีโบกัมไม่ได้รวบรวมเพียงอาการของโรคและวิธีรักษาเท่านั้น แต่ยังรวมสมุนไพรที่ชาวบ้านหาได้ง่ายไว้ด้วย
이런 가치를 인정받아 동의보감은 이천구 년 유네스코 세계 기록 유산으로 등재되었어요.
ด้วยคุณค่านี้ ทงอีโบกัมจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโกในปี 2009
은서 씨는 발표에서 이 책이 오늘날까지 의미 있는 이유를 차근차근 설명하기로 했어요.
อึนซอตัดสินใจว่าจะอธิบายในการนำเสนอทีละขั้นว่าทำไมหนังสือเล่มนี้จึงยังมีความหมายมาจนถึงทุกวันนี้
อึนซอถามอาจารย์ว่าอะไร
- ถามว่าฮอจุนเป็นคนแบบไหน
- ถามว่าทำไมหนังสือถึงมีหลายเล่มขนาดนี้ ✓
- ถามว่าหาสมุนไพรได้ที่ไหน
- ถามว่าจะนำเสนอเมื่อไร
ทำไมอาจารย์จึงบอกว่ายี่สิบห้าเล่มถือว่าน้อยด้วยซ้ำ
- เพราะตำราแพทย์เล่มอื่นมีเกินร้อยเล่ม
- เพราะฮอจุนเขียนหนังสือไม่เสร็จในที่สุด
- เพราะเป็นหนังสือที่ครอบคลุมโรคและยาทุกชนิด ✓
- เพราะอึนซออ่านแค่ไม่กี่เล่มก็พอ
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- ทงอีโบกัมเป็นหนังสือที่ฮอจุนเขียนไว้อ่านเองคนเดียว
- ทงอีโบกัมมีแต่วิธีรักษาเท่านั้น
- อึนซอนำเสนอเสร็จไปแล้ว
- ทงอีโบกัมได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก ✓
✍️ เพื่อนที่เรียนฮันกึลได้เร็ว
제 멕시코 친구 마리아는 한국에 온 지 석 달 만에 한글을 거의 다 읽게 되었어요.
มาเรีย เพื่อนชาวเม็กซิกันของฉัน อ่านฮันกึลได้เกือบหมดหลังจากมาเกาหลีได้แค่สามเดือน
어느 날 제가 한글이 처음 보기에는 낯설지 않으냐니까, 마리아는 오히려 규칙이 분명해서 외우기 쉬웠다고 했어요.
วันหนึ่งพอฉันถามว่าตอนแรกเห็นฮันกึลแล้วไม่รู้สึกแปลกตาหรือ มาเรียกลับบอกว่ากฎชัดเจนเลยจำง่ายต่างหาก
한글은 조선의 세종대왕이 천사백사십삼 년에 만들고, 삼 년 뒤에 훈민정음이라는 이름으로 세상에 알렸어요.
ฮันกึลสร้างขึ้นโดยพระเจ้าเซจงมหาราชแห่งโชซอนในปี 1443 และอีกสามปีต่อมาก็ประกาศให้โลกรู้จักในชื่อฮุนมินจองอึม
당시에는 한자를 배우기 어려워서 글을 읽고 쓰지 못하는 백성이 많았어요.
ในสมัยนั้นอักษรจีนเรียนยาก จึงมีชาวบ้านจำนวนมากที่อ่านเขียนไม่ได้
세종대왕은 이런 백성들이 자기 뜻을 쉽게 글로 쓸 수 있도록 새 글자를 만들었다고 밝혔어요.
พระเจ้าเซจงทรงประกาศว่า ทรงสร้างตัวอักษรใหม่ขึ้นเพื่อให้ชาวบ้านเหล่านี้เขียนสิ่งที่ตนคิดออกมาได้ง่าย ๆ
특히 기본 자음은 소리를 낼 때의 입과 혀, 목구멍 모양을 본떠 만들어서 원리를 알면 배우기가 쉬워요.
โดยเฉพาะพยัญชนะพื้นฐานที่สร้างขึ้นโดยเลียนแบบรูปร่างของปาก ลิ้น และลำคอขณะออกเสียง ถ้ารู้หลักการแล้วก็เรียนได้ง่าย
마리아는 한글날인 시월 구 일에 한국어로 쓴 첫 편지를 저에게 주겠다고 약속했어요.
มาเรียสัญญาว่าจะให้จดหมายฉบับแรกที่เขียนเป็นภาษาเกาหลีกับฉันในวันที่ 9 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันฮันกึล
มาเรียตอบคำถามของผู้เขียนว่าอย่างไร
- บอกว่ากฎชัดเจนจึงจำง่าย ✓
- บอกว่ารูปร่างแปลกตาจึงเรียนยาก
- บอกว่าคล้ายภาษาสเปนจึงอ่านได้เร็ว
- บอกว่ายังอ่านฮันกึลแทบไม่ได้
ทำไมพระเจ้าเซจงจึงสร้างตัวอักษรใหม่
- เพื่อให้คนเรียนอักษรจีนได้เร็วขึ้น
- เพื่อส่งจดหมายถึงชาวต่างชาติ
- เพื่อให้ชาวบ้านเขียนสิ่งที่ตนคิดได้ง่าย ✓
- เพื่อเก็บบันทึกของราชสำนักเป็นความลับ
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- ฮันกึลถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1446
- พยัญชนะพื้นฐานของฮันกึลเลียนแบบรูปร่างของปาก ลิ้น และอื่น ๆ ✓
- มาเรียมาอยู่เกาหลีได้สามปีแล้ว
- ชาวบ้านในสมัยโชซอนส่วนใหญ่รู้อักษรจีนเป็นอย่างดี
🗺️ แผนที่ใหญ่นี้ใหญ่แค่ไหน
성민 씨는 여덟 살 아들과 함께 박물관에서 열린 옛 지도 전시회에 갔어요.
ซองมินพาลูกชายวัยแปดขวบไปชมนิทรรศการแผนที่โบราณที่จัดขึ้นในพิพิธภัณฑ์
가장 인기가 많은 작품은 조선 후기에 김정호가 만든 대동여지도였어요.
ผลงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือแทดงยอจีโด ที่คิมจองโฮทำขึ้นในสมัยโชซอนตอนปลาย
대동여지도는 천팔백육십일 년에 나무판에 새겨 찍어 낸 전국 지도로, 스물두 권의 책으로 나뉘어 있어요.
แทดงยอจีโดเป็นแผนที่ทั้งประเทศที่แกะลงบนแผ่นไม้แล้วพิมพ์ออกมาในปี 1861 แบ่งออกเป็นหนังสือยี่สิบสองเล่ม
책처럼 접을 수 있어서 필요한 지역만 펼쳐 들고 다닐 수 있었다고 해요.
ว่ากันว่าเพราะพับได้เหมือนหนังสือ คนจึงกางเฉพาะพื้นที่ที่ต้องการแล้วถือติดตัวไปได้
대답 없이 설명만 읽는 아빠의 소매를 당기며 아들이 “아빠, 이거 다 펼치면 우리 거실보다 넓으냐니까는?” 하고 다시 물었어요.
ลูกชายดึงแขนเสื้อพ่อที่เอาแต่อ่านคำอธิบายโดยไม่ตอบ แล้วถามอีกครั้งว่า “พ่อ ผมถามอยู่นะ ถ้ากางออกทั้งหมด จะใหญ่กว่าห้องนั่งเล่นบ้านเราไหม”
성민 씨는 모두 이어 붙이면 세로 길이가 육 미터가 넘으니 거실보다 훨씬 크다고 대답해 주었어요.
ซองมินตอบว่าถ้าต่อเข้าด้วยกันทั้งหมด ความยาวแนวตั้งจะเกินหกเมตร จึงใหญ่กว่าห้องนั่งเล่นมาก
또 길 위에 십 리마다 점을 찍어 두어서 거리를 쉽게 짐작할 수 있었다는 설명도 덧붙였어요.
เขายังอธิบายเพิ่มว่าบนเส้นทางมีการทำจุดไว้ทุก ๆ สิบรี จึงกะระยะทางได้ง่าย
아들은 집에 가서 동네 지도를 직접 그려 보겠다며 신이 났어요.
ลูกชายตื่นเต้นใหญ่ บอกว่ากลับบ้านไปจะลองวาดแผนที่ละแวกบ้านเอง
ลูกชายถามซองมินซ้ำ ๆ ว่าอะไร
- ถามว่าใครเป็นคนทำแผนที่
- ถามว่าซื้อแผนที่กลับบ้านได้ไหม
- ถามว่าทำไมแผนที่ถึงแกะลงบนแผ่นไม้
- ถามว่าถ้ากางแผนที่ออกทั้งหมดจะใหญ่กว่าห้องนั่งเล่นไหม ✓
ทำไมแทดงยอจีโดจึงพกพาสะดวก
- เพราะพับได้เหมือนหนังสือและกางเฉพาะส่วนที่ต้องการได้ ✓
- เพราะกระดาษบางและเบามาก
- เพราะแผนที่ทั้งหมดเป็นแผ่นเดียว
- เพราะมีขนาดเล็กกว่าห้องนั่งเล่นมาก
จากเรื่องนี้ เราทราบอะไรได้บ้าง
- แทดงยอจีโดเป็นแผนที่ที่วาดด้วยมือทีละแผ่น
- แทดงยอจีโดสร้างขึ้นในสมัยโชซอนตอนต้น
- ซองมินไปชมนิทรรศการคนเดียว
- บนแทดงยอจีโดมีจุดที่ทำให้รู้ระยะทาง ✓
☀️ นาฬิกาแดดที่มีสัตว์สิบสองตัว
과학관 견학을 온 초등학생들이 마당에 놓인 앙부일구 앞에 모였어요.
นักเรียนชั้นประถมที่มาทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์มารวมตัวกันหน้าอังบูอิลกูที่ตั้งอยู่กลางลาน
앙부일구는 세종 때 만든 해시계로, 솥을 하늘로 향하게 놓은 것 같은 모양이에요.
อังบูอิลกูเป็นนาฬิกาแดดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเซจง มีรูปร่างเหมือนหม้อที่หงายขึ้นสู่ท้องฟ้า
안쪽에 드리운 바늘 그림자를 보면 그때의 시각과 계절까지 알 수 있어요.
ถ้าดูเงาของเข็มที่ทอดลงด้านใน ก็จะรู้ได้ทั้งเวลาในตอนนั้นและแม้แต่ฤดูกาล
해설사가 설명을 이어 가는 동안 한 아이가 시계 안쪽의 동물 그림을 가리키며 질문을 했어요.
ระหว่างที่ผู้บรรยายอธิบายต่อ เด็กคนหนึ่งชี้ไปที่รูปสัตว์ด้านในนาฬิกาแล้วถามคำถาม
해설사가 잠깐 기다리라고 하자 아이는 “동물 그림이 왜 이렇게 많으냐니까요?” 하고 다시 물었어요.
พอผู้บรรยายบอกให้รอสักครู่ เด็กคนนั้นก็ถามอีกว่า “ผมถามว่าทำไมมีรูปสัตว์เยอะขนาดนี้ไงครับ!”
해설사는 글을 모르는 백성도 시각을 알 수 있도록 글자 대신 열두 동물을 그려 넣었다고 대답했어요.
ผู้บรรยายตอบว่า ได้วาดสัตว์สิบสองตัวไว้แทนตัวอักษร เพื่อให้แม้แต่ชาวบ้านที่อ่านหนังสือไม่ออกก็รู้เวลาได้
그리고 이 해시계를 사람이 많이 다니는 길가에 두어 누구나 볼 수 있게 했다고 덧붙였어요.
แล้วยังเสริมว่านาฬิกาแดดนี้ถูกวางไว้ริมทางที่มีคนสัญจรมาก เพื่อให้ใครก็ดูได้
아이들은 자기 띠에 해당하는 동물을 찾아보며 즐거워했어요.
เด็ก ๆ สนุกกับการหาสัตว์ที่ตรงกับปีนักษัตรของตัวเอง
เด็กถามผู้บรรยายซ้ำอีกครั้งว่าอะไร
- ถามว่าใครเป็นคนสร้างนาฬิกาแดด
- ถามว่าทำไมมีรูปสัตว์เยอะขนาดนี้ ✓
- ถามว่าทำไมเงาถึงสั้นขนาดนี้
- ถามว่าทัศนศึกษาจะจบเมื่อไร
ทำไมบนอังบูอิลกูจึงวาดสัตว์แทนตัวอักษร
- เพื่อให้เด็ก ๆ หาปีนักษัตรของตัวเองได้ง่าย
- เพื่อตกแต่งนาฬิกาแดดให้สวยขึ้น
- เพื่อให้แม้แต่ชาวบ้านที่อ่านหนังสือไม่ออกก็รู้เวลาได้ ✓
- เพื่อแสดงสัตว์ที่ต่างกันในแต่ละฤดู
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- อังบูอิลกูถูกวางไว้ริมทางที่มีคนสัญจรมาก ✓
- อังบูอิลกูใช้น้ำในการบอกเวลา
- อังบูอิลกูบอกฤดูกาลไม่ได้
- ผู้บรรยายไม่ได้ตอบคำถามของเด็กจนแล้วจนรอด
🏯 ปั้นจั่นที่สร้างป้อมฮวาซอง
지난 토요일에 저는 중학생 동생과 함께 수원 화성에 다녀왔어요.
เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว ฉันไปป้อมฮวาซองที่ซูวอนกับน้องชายที่เรียนชั้นมัธยมต้นมา
수원 화성은 조선의 정조 때 지어진 성으로, 유네스코 세계 유산에도 등재되어 있어요.
ป้อมฮวาซองที่ซูวอนสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าจองโจแห่งโชซอน และยังขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกด้วย
성 근처의 전시관에는 정약용이 설계한 거중기라는 기계의 모형이 있었어요.
ในห้องจัดแสดงใกล้ป้อม มีแบบจำลองของเครื่องจักรชื่อคอจุงกีที่จองยักยงออกแบบ
제가 대답 없이 설명판만 읽고 있자, 동생은 “형, 이 기계가 정말 사람보다 힘이 좋으냐니깐?” 하고 재촉했어요.
พอฉันเอาแต่อ่านป้ายคำอธิบายโดยไม่ตอบ น้องก็เร่งว่า “พี่ ผมถามอยู่นะ เครื่องนี้แรงดีกว่าคนจริง ๆ เหรอ”
거중기는 여러 개의 도르래를 이용해서 적은 힘으로도 무거운 돌을 들어 올릴 수 있게 만든 기계예요.
คอจุงกีเป็นเครื่องจักรที่ใช้รอกหลายตัว ทำให้ยกหินหนัก ๆ ขึ้นได้แม้ใช้แรงเพียงเล็กน้อย
원래 십 년쯤 걸릴 것으로 예상했던 공사가 거중기 같은 도구들 덕분에 삼 년도 안 되어 끝났다고 해요.
ว่ากันว่างานก่อสร้างที่เดิมคาดว่าจะใช้เวลาราวสิบปี เสร็จภายในไม่ถึงสามปีเพราะมีเครื่องมืออย่างคอจุงกี
동생은 기계가 사람보다 힘이 센 게 아니라 사람의 힘을 똑똑하게 쓰게 해 준다는 걸 알고 신기해했어요.
น้องรู้สึกทึ่งเมื่อรู้ว่าเครื่องจักรไม่ได้แรงมากกว่าคน แต่ช่วยให้คนใช้แรงของตัวเองได้อย่างชาญฉลาด
น้องถามอะไรตอนที่เร่งผู้เขียน
- ถามว่าใครเป็นคนออกแบบป้อม
- ถามว่าเครื่องจักรแรงดีกว่าคนจริงหรือ ✓
- ถามว่างานก่อสร้างใช้เวลากี่ปี
- ถามว่าห้องจัดแสดงเปิดเมื่อไร
ทำไมงานก่อสร้างจึงเสร็จเร็วกว่าที่คาดไว้
- เพราะเพิ่มคนงานเป็นสิบเท่า
- เพราะเลือกใช้แต่หินที่เบา
- เพราะใช้เครื่องมืออย่างคอจุงกี ✓
- เพราะลดขนาดของป้อมลงครึ่งหนึ่ง
จากเรื่องนี้ เราทราบอะไรได้บ้าง
- ป้อมฮวาซองสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเซจง
- น้องอ่านป้ายคำอธิบายจนจบ
- คอจุงกีเป็นเครื่องจักรที่แรงมากกว่าคน
- คอจุงกีเป็นเครื่องจักรที่ใช้รอก ✓
⚛️ มารี กูรี ในชมรมหนังสือ
가은 씨는 이번 달 독서 모임에서 마리 퀴리의 전기를 소개하기로 했어요.
กาอึนตัดสินใจจะแนะนำหนังสือชีวประวัติของมารี กูรี ในชมรมหนังสือเดือนนี้
마리 퀴리는 폴란드에서 태어나 프랑스에서 연구한 과학자로, 방사능 연구로 잘 알려져 있어요.
มารี กูรี เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เกิดในโปแลนด์และทำงานวิจัยในฝรั่งเศส เป็นที่รู้จักดีจากงานวิจัยด้านกัมมันตภาพรังสี
모임이 시작되자 한 회원이 과학자 이야기는 어렵고 지루하지 않으냐고 물었어요.
พอเริ่มการพบปะ สมาชิกคนหนึ่งก็ถามว่าเรื่องของนักวิทยาศาสตร์ไม่ยากและน่าเบื่อหรือ
가은 씨는 눈을 크게 뜨며 “지루하지 않으냐니요? 저는 읽는 내내 가슴이 뛰었어요.”라고 대답했어요.
กาอึนเบิกตากว้างแล้วตอบว่า “น่าเบื่อเหรอคะ ฉันใจเต้นตึกตักตลอดเวลาที่อ่านเลยนะคะ”
마리 퀴리는 천구백삼 년에 여성 최초로 노벨상을 받았고, 천구백십일 년에 다시 한 번 노벨상을 받았어요.
ในปี 1903 มารี กูรี เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล และในปี 1911 ก็ได้รับรางวัลโนเบลอีกครั้ง
게다가 서로 다른 두 과학 분야에서 노벨상을 받은 사람은 지금까지도 마리 퀴리뿐이에요.
ยิ่งไปกว่านั้น จนถึงทุกวันนี้ก็มีเพียงมารี กูรี คนเดียวที่ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาวิทยาศาสตร์สองสาขาที่ต่างกัน
새로 발견한 원소 하나에는 조국 폴란드를 기리며 폴로늄이라는 이름을 붙이기도 했어요.
เธอยังตั้งชื่อธาตุที่ค้นพบใหม่ธาตุหนึ่งว่าพอโลเนียม เพื่อเป็นเกียรติแก่โปแลนด์ บ้านเกิดของเธอ
가은 씨의 소개가 끝나자 그 회원도 책을 빌려 가서 읽어 보겠다고 했어요.
พอกาอึนแนะนำจบ สมาชิกคนนั้นก็บอกว่าจะยืมหนังสือไปลองอ่านดูบ้าง
สมาชิกคนหนึ่งถามกาอึนว่าอะไร
- ถามว่าเรื่องของนักวิทยาศาสตร์ไม่น่าเบื่อหรือ ✓
- ถามว่ามารี กูรี เกิดที่ไหน
- ถามว่ายืมหนังสือมาจากที่ไหน
- ถามว่าได้รับรางวัลโนเบลกี่ครั้ง
ทำไมมารี กูรี จึงตั้งชื่อธาตุใหม่ว่าพอโลเนียม
- เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการได้รับรางวัลโนเบล
- เพื่อให้คนฝรั่งเศสรู้จัก
- เพื่อเป็นเกียรติแก่โปแลนด์ บ้านเกิดของเธอ ✓
- เพื่อจดจำสมาชิกชมรมหนังสือ
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- มารี กูรี เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เกิดในฝรั่งเศส
- มารี กูรี ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาวิทยาศาสตร์สองสาขา ✓
- กาอึนรู้สึกว่าชีวประวัติของมารี กูรี น่าเบื่อ
- สมาชิกคนนั้นไม่สนใจหนังสือจนถึงที่สุด
☝️ หกจุดสำหรับทุกตัวอักษร
저희 할아버지는 시각 장애인을 위해 책을 점자로 옮기는 봉사를 오래 해 오셨어요.
คุณปู่ของฉันทำงานอาสาแปลงหนังสือเป็นอักษรเบรลล์ให้ผู้พิการทางสายตามานานแล้ว
어느 날 저녁 할아버지는 “옆집 아이가 점 여섯 개로는 글자를 나타내기에 너무 적지 않으냐더군.” 하고 웃으셨어요.
เย็นวันหนึ่ง คุณปู่หัวเราะแล้วบอกว่า “เด็กบ้านข้าง ๆ ถามว่าจุดแค่หกจุดจะน้อยเกินไปสำหรับแทนตัวอักษรไหม”
할아버지는 그 질문에 답하려고 점자를 만든 루이 브라유 이야기를 들려주셨어요.
เพื่อตอบคำถามนั้น คุณปู่เล่าเรื่องของหลุยส์ เบรลล์ ผู้คิดค้นอักษรเบรลล์ให้ฟัง
브라유는 어린 시절 사고로 앞을 보지 못하게 되었고, 열다섯 살 무렵 여섯 개의 점으로 된 글자를 만들었어요.
เบรลล์ตาบอดเพราะอุบัติเหตุตั้งแต่วัยเด็ก และเมื่ออายุราวสิบห้าปีก็ได้สร้างตัวอักษรที่ประกอบด้วยจุดหกจุด
점 여섯 개를 이리저리 조합하면 예순세 가지 모양을 만들 수 있어서 글자를 나타내기에 충분했어요.
ถ้านำจุดหกจุดมาผสมกันหลายแบบ จะได้รูปแบบถึงหกสิบสามแบบ ซึ่งเพียงพอสำหรับแทนตัวอักษร
또 여섯 점이 손가락 끝에 한 번에 닿는 크기라서 빨리 읽을 수 있다고 해요.
ว่ากันว่าจุดหกจุดมีขนาดพอดีที่ปลายนิ้วสัมผัสได้ในครั้งเดียว จึงอ่านได้เร็ว
우리나라에서는 박두성 선생이 이 원리를 바탕으로 천구백이십육 년에 한글 점자를 만들었어요.
ในเกาหลี อาจารย์ปาร์คทูซ็องได้สร้างอักษรเบรลล์ภาษาเกาหลีขึ้นในปี 1926 โดยอาศัยหลักการนี้
할아버지의 이야기를 들으며 저는 작은 점 하나하나에 담긴 배려를 새삼 느꼈어요.
ขณะฟังเรื่องของคุณปู่ ฉันรู้สึกถึงความใส่ใจที่แฝงอยู่ในจุดเล็ก ๆ แต่ละจุดขึ้นมาอีกครั้ง
เด็กบ้านข้าง ๆ สงสัยเรื่องอะไร
- สงสัยว่าใครเป็นคนแรกที่สร้างอักษรเบรลล์
- สงสัยว่าทำไมคุณปู่ถึงทำงานอาสา
- สงสัยว่าอักษรเบรลล์ภาษาเกาหลีเกิดขึ้นเมื่อไร
- สงสัยว่าจุดหกจุดน้อยเกินไปหรือเปล่า ✓
ทำไมจุดเพียงหกจุดจึงเพียงพอสำหรับแทนตัวอักษร
- เพราะเมื่อนำมาผสมกันจะได้หกสิบสามรูปแบบ ✓
- เพราะทำให้จุดมีขนาดต่างกัน
- เพราะจุดมีขนาดใหญ่จนมองเห็นด้วยตาได้
- เพราะทุกตัวอักษรใช้จุดครบหกจุด
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- เบรลล์ตาบอดมาตั้งแต่เกิด
- คุณปู่สอนอักษรเบรลล์ให้เด็กบ้านข้าง ๆ
- เบรลล์สร้างอักษรเบรลล์เมื่ออายุสามสิบปี
- อักษรเบรลล์ภาษาเกาหลีสร้างขึ้นโดยอาจารย์ปาร์คทูซ็อง ✓
📄 ทำกระดาษแบบโบราณ
윤아 씨는 전주의 한지 공방에서 전통 종이 만들기 체험에 참여했어요.
ยุนอาเข้าร่วมกิจกรรมทำกระดาษแบบดั้งเดิมที่โรงทำกระดาษฮันจีในช็อนจู
공방 주인은 닥나무 껍질을 삶고 두드려서 종이를 뜨는 과정을 차례로 보여 주었어요.
เจ้าของโรงสาธิตขั้นตอนการต้มและทุบเปลือกต้นปอสา แล้วช้อนเยื่อขึ้นมาเป็นแผ่นกระดาษให้ดูทีละขั้น
그러다가 “지난주에 오신 분이 지금 만드는 방법이 옛날과 같으냐더군요.” 하고 이야기를 꺼냈어요.
จากนั้นเธอก็เล่าว่า “คนที่มาเมื่อสัปดาห์ก่อนถามว่าวิธีทำตอนนี้เหมือนสมัยก่อนไหมน่ะค่ะ”
주인은 식물의 섬유를 물에 풀어 얇게 뜬다는 기본 원리는 거의 그대로라고 설명했어요.
เจ้าของโรงอธิบายว่าหลักการพื้นฐาน คือการทำให้เส้นใยพืชกระจายตัวในน้ำแล้วช้อนขึ้นมาเป็นแผ่นบาง ๆ แทบไม่เปลี่ยนไปเลย
이 원리는 천구백여 년 전 중국의 채륜이 종이 만드는 법을 크게 개선하면서 널리 퍼졌다고 해요.
ว่ากันว่าหลักการนี้แพร่หลายออกไปหลังจากไช่หลุนแห่งจีนปรับปรุงวิธีทำกระดาษครั้งใหญ่เมื่อราว 1,900 ปีก่อน
채륜은 나무껍질과 헌 천, 낡은 그물 같은 값싼 재료로 종이를 만들어 글을 쓰는 재료를 훨씬 싸고 가볍게 했어요.
ไช่หลุนทำกระดาษจากวัสดุราคาถูกอย่างเปลือกไม้ ผ้าเก่า และแหจับปลาที่ขาดแล้ว ทำให้วัสดุสำหรับเขียนหนังสือราคาถูกลงและเบาขึ้นมาก
윤아 씨는 자기가 뜬 종이를 말리며 오래된 발명이 지금도 손끝에서 이어지고 있다는 사실이 신기했어요.
ขณะตากกระดาษที่ตัวเองทำ ยุนอารู้สึกทึ่งที่สิ่งประดิษฐ์เก่าแก่ยังคงสืบต่อมาถึงปลายนิ้วของผู้คนจนถึงทุกวันนี้
คำถามของผู้เข้าร่วมเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เจ้าของโรงเล่าให้ฟังคืออะไร
- ถามว่ากระดาษทำจากอะไร
- ถามว่าวิธีทำตอนนี้เหมือนสมัยก่อนไหม ✓
- ถามว่าตากกระดาษให้แห้งต้องใช้เวลานานเท่าไร
- ถามว่าไช่หลุนเป็นคนประเทศอะไร
ข้อใดเป็นเหตุผลที่เหมาะสมที่ทำให้กระดาษของไช่หลุนแพร่หลายได้
- เพราะหนากว่าผ้าไหมมาก
- เพราะทำที่โรงในช็อนจู
- เพราะทำจากวัสดุราคาถูกได้ ✓
- เพราะมีแต่จักรพรรดิที่ใช้ได้
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- โรงทำกระดาษฮันจีทำกระดาษจากเปลือกต้นปอสา ✓
- หลักการทำกระดาษฮันจีแตกต่างจากสมัยก่อนโดยสิ้นเชิง
- ยุนอาเป็นเจ้าของโรงทำกระดาษฮันจี
- ยุนอาไม่ได้ช้อนกระดาษ แค่ดูเฉย ๆ
💊 เชื้อราที่ช่วยชีวิตผู้คน
지난주에 목이 심하게 부어서 병원에 갔더니 의사 선생님이 세균 때문에 생긴 염증이라며 항생제를 처방해 주셨어요.
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคอของฉันบวมมากจึงไปโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าเป็นการอักเสบที่เกิดจากแบคทีเรีย แล้วสั่งยาปฏิชีวนะให้
약국에서 약을 받는데, 약사로 일하는 이모가 목은 좀 괜찮으냐더니 최초의 항생제 이야기를 들려주었어요.
ตอนรับยาที่ร้านขายยา น้าที่ทำงานเป็นเภสัชกรถามว่าคอดีขึ้นบ้างหรือยัง แล้วก็เล่าเรื่องยาปฏิชีวนะตัวแรกให้ฟัง
천구백이십팔 년, 영국의 과학자 플레밍은 휴가에서 돌아와 세균을 기르던 접시를 살펴보았어요.
ในปี 1928 เฟลมมิง นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ กลับจากวันหยุดแล้วมาตรวจดูจานที่ใช้เพาะเลี้ยงแบคทีเรีย
그런데 접시 한쪽에 푸른곰팡이가 피어 있었고, 그 주변에서는 세균이 자라지 못하고 있었어요.
แต่ที่ด้านหนึ่งของจานมีราสีน้ำเงินขึ้นอยู่ และรอบ ๆ ราตรงนั้นแบคทีเรียเจริญเติบโตไม่ได้
플레밍은 이 곰팡이가 세균을 죽이는 물질을 만든다는 것을 알아내고 페니실린이라는 이름을 붙였어요.
เฟลมมิงค้นพบว่าเชื้อรานี้สร้างสารที่ฆ่าแบคทีเรียได้ และตั้งชื่อสารนั้นว่าเพนิซิลลิน
이후 다른 과학자들이 이 물질을 많이 만드는 방법을 찾아내면서 페니실린은 수많은 생명을 구했어요.
ต่อมาเมื่อนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ค้นพบวิธีผลิตสารนี้ได้ในปริมาณมาก เพนิซิลลินก็ช่วยชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน
이모는 우연히 생긴 일도 그냥 지나치지 않고 관찰하는 태도가 큰 발견을 만든다고 말했어요.
น้าบอกว่าการไม่มองข้ามแม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญแต่สังเกตอย่างตั้งใจ คือสิ่งที่นำไปสู่การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่
이모는 또 항생제는 의사가 말한 대로 정해진 기간 동안 먹어야 한다고 당부했어요.
น้ายังกำชับอีกว่ายาปฏิชีวนะต้องกินให้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดตามที่หมอบอก
น้าถามผู้เขียนว่าอะไรเป็นอย่างแรก
- ถามว่ากินยาจนหมดหรือยัง
- ถามว่าคอดีขึ้นบ้างหรือยัง ✓
- ถามว่ารู้จักเฟลมมิงไหม
- ถามว่าไปโรงพยาบาลไหนมา
ทำไมเฟลมมิงจึงสนใจเชื้อรา
- เพราะเชื้อราขึ้นเต็มทั้งจาน
- เพราะอยากเพาะเชื้อราระหว่างวันหยุด
- เพราะแบคทีเรียเจริญเติบโตรอบ ๆ เชื้อราไม่ได้ ✓
- เพราะนักวิทยาศาสตร์อีกคนส่งเชื้อรามาให้
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- เฟลมมิงผลิตเพนิซิลลินจำนวนมากด้วยตัวคนเดียว
- น้าเป็นหมอที่ทำงานในโรงพยาบาล
- ผู้เขียนกลับบ้านโดยไม่ได้รับยา
- เพนิซิลลินเป็นสารที่ค้นพบจากเชื้อรา ✓
🔭 กล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอดีขนาดนี้ไหม
준서 씨는 주말마다 천문 동아리에서 아이들에게 망원경으로 달과 별을 보여 주는 봉사를 해요.
ทุกสุดสัปดาห์ จุนซอจะไปเป็นอาสาสมัครที่ชมรมดาราศาสตร์ คอยให้เด็ก ๆ ดูดวงจันทร์และดวงดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์
행사가 끝난 뒤 준서 씨는 동아리 친구에게 “아까 한 아이가 갈릴레이의 망원경도 이것처럼 좋으냐더라고.” 하고 말했어요.
หลังงานจบ จุนซอบอกเพื่อนในชมรมว่า “เมื่อกี้มีเด็กคนหนึ่งถามว่ากล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอก็ดีเหมือนอันนี้หรือเปล่า”
갈릴레이는 천육백구 년에 망원경에 관한 소식을 듣고 직접 더 좋은 망원경을 만들었어요.
ในปี 1609 กาลิเลโอได้ยินข่าวเรื่องกล้องโทรทรรศน์ จึงลงมือสร้างกล้องที่ดีกว่าเดิมด้วยตัวเอง
그의 망원경은 사물을 약 스무 배 크게 보여 주었는데, 오늘날의 망원경에 비하면 성능이 훨씬 낮았어요.
กล้องของเขาขยายวัตถุได้ประมาณยี่สิบเท่า แต่เมื่อเทียบกับกล้องโทรทรรศน์ในปัจจุบันแล้วประสิทธิภาพต่ำกว่ามาก
그래도 갈릴레이는 그 망원경으로 달 표면의 산을 관찰하고, 목성 주위를 도는 위성 네 개를 발견했어요.
ถึงอย่างนั้น กาลิเลโอก็ใช้กล้องนั้นสังเกตภูเขาบนพื้นผิวดวงจันทร์ และค้นพบดวงจันทร์บริวารสี่ดวงที่โคจรรอบดาวพฤหัสบดี
친구는 좋은 도구보다 끈기 있게 관찰하는 눈이 더 중요했던 것 같다고 말했어요.
เพื่อนบอกว่าดูเหมือนดวงตาที่สังเกตอย่างอดทนจะสำคัญกว่าเครื่องมือที่ดี
준서 씨는 다음 행사 때 그 아이에게 목성의 위성을 꼭 보여 주기로 마음먹었어요.
จุนซอตั้งใจว่างานครั้งหน้าจะให้เด็กคนนั้นดูดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีให้ได้
เด็กคนหนึ่งถามจุนซอว่าอะไร
- ถามว่ากล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอก็ดีเหมือนอันนี้หรือเปล่า ✓
- ถามว่ากาลิเลโอค้นพบอะไร
- ถามว่าดูดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัสบดีได้ไหม
- ถามว่าจะเข้าชมรมได้อย่างไร
เพื่อนคิดว่าเหตุใดกาลิเลโอจึงค้นพบสิ่งยิ่งใหญ่ได้
- คิดว่าเป็นเพราะเขามีกล้องโทรทรรศน์ที่ดีที่สุด
- คิดว่าเป็นเพราะเขาเป็นผู้ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์คนแรก
- คิดว่าเป็นเพราะเขาสังเกตอย่างอดทน ✓
- คิดว่าเป็นเพราะเขาทำร่วมกับเพื่อน ๆ ในชมรม
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- กล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอมีประสิทธิภาพดีกว่าของสมัยนี้
- กาลิเลโอค้นพบดวงจันทร์บริวารสี่ดวงของดาวพฤหัสบดี ✓
- กาลิเลโอสร้างกล้องโทรทรรศน์ในช่วงปี 1900
- จุนซอให้เด็กคนนั้นดูดาวพฤหัสบดีไปแล้ว
☎️ จากการโทรสู่การส่งข้อความ
회사 점심시간에 동료들과 요즘 사람들이 통화보다 문자를 더 편하게 여긴다는 이야기를 나눴어요.
ช่วงพักกลางวันที่บริษัท ฉันคุยกับเพื่อนร่วมงานเรื่องที่คนสมัยนี้รู้สึกว่าส่งข้อความสบายใจกว่าโทรศัพท์
팀장님이 젊은 직원들은 왜 그렇게 통화가 싫으냐던데, 저는 문득 전화기가 처음 나왔을 때가 궁금해졌어요.
หัวหน้าทีมเคยถามว่าทำไมพนักงานรุ่นใหม่ถึงไม่ชอบคุยโทรศัพท์ขนาดนั้น ฉันเลยสงสัยขึ้นมาว่าโทรศัพท์เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร
찾아보니 전화기는 천팔백칠십육 년에 알렉산더 그레이엄 벨이 특허를 받으면서 세상에 알려졌어요.
พอค้นดูก็พบว่าโทรศัพท์เป็นที่รู้จักของโลกในปี 1876 เมื่ออเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ได้รับสิทธิบัตร
벨은 원래 청각 장애인에게 말하기를 가르치던 교사여서 소리가 전달되는 원리에 관심이 많았어요.
เดิมทีเบลล์เป็นครูที่สอนการพูดให้ผู้พิการทางการได้ยิน จึงสนใจหลักการส่งผ่านเสียงเป็นอย่างมาก
전화로 처음 전해진 말은 옆방에 있던 조수에게 이리 와 달라고 부르는 짧은 문장이었다고 해요.
ว่ากันว่าคำพูดแรกที่ส่งผ่านโทรศัพท์คือประโยคสั้น ๆ ที่เรียกผู้ช่วยซึ่งอยู่ห้องข้าง ๆ ให้มาหา
그때 사람들에게는 멀리 있는 사람의 목소리를 바로 듣는 것 자체가 놀라운 경험이었어요.
สำหรับคนในตอนนั้น การได้ยินเสียงของคนที่อยู่ไกลได้ทันทีก็เป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่งในตัวมันเองแล้ว
그런데 백오십 년쯤 지난 지금, 어떤 사람들에게 전화기는 목소리보다 글자를 더 많이 주고받는 기계가 되었어요.
แต่ตอนนี้ผ่านมาราว 150 ปีแล้ว สำหรับบางคน โทรศัพท์กลายเป็นเครื่องที่ใช้รับส่งตัวอักษรมากกว่าเสียงพูด
저는 다음 회의 때 이 이야기를 꺼내서 팀장님과 이야기를 나눠 보려고 해요.
ฉันตั้งใจจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาในการประชุมครั้งหน้าแล้วลองคุยกับหัวหน้าทีมดู
หัวหน้าทีมสงสัยเรื่องอะไร
- สงสัยว่าโทรศัพท์เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไร
- สงสัยว่าเบลล์ทำงานอะไร
- สงสัยว่าทำไมเวลาพักกลางวันถึงสั้นขนาดนี้
- สงสัยว่าทำไมพนักงานรุ่นใหม่ถึงไม่ชอบคุยโทรศัพท์ ✓
ทำไมเบลล์จึงสนใจหลักการส่งผ่านเสียงมาก
- เพราะเขาสอนการพูดให้ผู้พิการทางการได้ยิน ✓
- เพราะผู้ช่วยอยู่ห้องข้าง ๆ ตลอด
- เพราะอยากสร้างเครื่องส่งข้อความ
- เพราะอยากคุยกับหัวหน้าทีม
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- เดิมทีเบลล์เป็นช่างเทคนิคที่ทำงานในบริษัทโทรศัพท์
- ผู้เขียนคุยเรื่องนี้กับหัวหน้าทีมไปแล้ว
- โทรศัพท์เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณห้าสิบปีก่อน
- คำพูดแรกที่ส่งผ่านโทรศัพท์คือคำเรียกผู้ช่วย ✓
🏅 รางวัลโนเบลเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร
과학 시간이 끝난 뒤, 반장인 하윤이가 교무실로 과학 선생님을 찾아갔어요.
หลังคาบวิทยาศาสตร์จบ ฮายุนซึ่งเป็นหัวหน้าห้องได้ไปหาครูวิทยาศาสตร์ที่ห้องพักครู
하윤이는 “선생님, 옆 반 친구가 노벨상 상금이 정말 그렇게 많으냐던데요.” 하고 조심스럽게 말했어요.
ฮายุนพูดอย่างระมัดระวังว่า “คุณครูคะ เพื่อนห้องข้าง ๆ ถามว่าเงินรางวัลโนเบลเยอะขนาดนั้นจริงหรือคะ”
선생님은 웃으시며 다음 시간에 노벨상이 생긴 이야기를 함께 해 보자고 하셨어요.
คุณครูยิ้มแล้วบอกว่าคาบหน้ามาคุยเรื่องที่มาของรางวัลโนเบลด้วยกัน
다음 시간에 선생님은 스웨덴의 과학자 알프레드 노벨이 다이너마이트를 발명해 천팔백육십칠 년에 특허를 받았다고 설명하셨어요.
คาบต่อมา คุณครูอธิบายว่าอัลเฟรด โนเบล นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน ได้ประดิษฐ์ไดนาไมต์และได้รับสิทธิบัตรในปี 1867
다이너마이트는 그전에 쓰던 폭약보다 안전하게 다룰 수 있어서 광산과 터널 공사에 널리 쓰였어요.
ไดนาไมต์ใช้งานได้ปลอดภัยกว่าวัตถุระเบิดที่ใช้กันมาก่อน จึงถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในเหมืองและงานก่อสร้างอุโมงค์
노벨은 이 발명으로 큰 재산을 모았고, 그 재산으로 인류에 크게 이바지한 사람에게 상을 주라는 유언을 남겼어요.
โนเบลสร้างทรัพย์สินมหาศาลจากสิ่งประดิษฐ์นี้ และทิ้งพินัยกรรมไว้ให้นำทรัพย์สินนั้นไปมอบรางวัลแก่ผู้ที่สร้างคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อมนุษยชาติ
그 뜻에 따라 천구백일 년에 물리학, 화학, 의학, 문학, 평화의 다섯 분야에서 첫 노벨상이 수여되었어요.
ตามเจตนารมณ์นั้น ในปี 1901 จึงมีการมอบรางวัลโนเบลครั้งแรกในห้าสาขา ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ วรรณกรรม และสันติภาพ
하윤이는 상금보다 상이 만들어진 이유가 더 흥미롭다며 옆 반 친구에게도 전해 주겠다고 했어요.
ฮายุนบอกว่าเหตุผลที่รางวัลนี้เกิดขึ้นน่าสนใจกว่าเงินรางวัลเสียอีก และจะไปเล่าให้เพื่อนห้องข้าง ๆ ฟังด้วย
คำถามที่ฮายุนนำไปบอกคุณครูคืออะไร
- ถามว่าใครเป็นคนสร้างไดนาไมต์
- ถามว่าเงินรางวัลโนเบลเยอะจริงไหม ✓
- ถามว่ารางวัลโนเบลเกิดขึ้นเมื่อไร
- ถามว่าคาบวิทยาศาสตร์จะจบเมื่อไร
ทำไมไดนาไมต์จึงถูกใช้อย่างแพร่หลาย
- เพราะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลโนเบล
- เพราะราคาถูกกว่าวัตถุระเบิดอื่นมาก
- เพราะใช้งานได้ปลอดภัยกว่าเดิม ✓
- เพราะรัฐบาลสวีเดนสั่งให้ใช้
จากเรื่องนี้ เราทราบอะไรได้บ้าง
- รางวัลโนเบลก่อตั้งขึ้นตามพินัยกรรมของโนเบล ✓
- รางวัลโนเบลครั้งแรกมอบให้เพียงสาขาเดียว
- โนเบลได้รับรางวัลโนเบลจากไดนาไมต์
- ฮายุนตอบคำถามของเพื่อนห้องข้าง ๆ ด้วยตัวเอง
🚂 กาน้ำกับเครื่องจักรไอน้ำ
추운 겨울밤, 할아버지께서 주전자에 물을 끓여 따뜻한 보리차를 준비해 주셨어요.
ในคืนฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ คุณปู่ต้มน้ำในกาแล้วชงชาข้าวบาร์เลย์อุ่น ๆ ให้
할아버지께서는 너무 뜨겁지 않으냐며 제 손에 찻잔을 조심스럽게 쥐여 주셨어요.
คุณปู่ถามว่าร้อนเกินไปไหม แล้วค่อย ๆ วางถ้วยชาไว้ในมือของฉัน
그때 주전자 뚜껑이 수증기에 들썩이는 것을 보고, 할아버지는 증기 기관 이야기를 꺼내셨어요.
ตอนนั้นเอง พอเห็นฝากาน้ำกระเด้งขึ้นลงเพราะไอน้ำ คุณปู่ก็เริ่มเล่าเรื่องเครื่องจักรไอน้ำ
증기 기관은 물을 끓일 때 생기는 수증기의 힘으로 기계를 움직이는 장치예요.
เครื่องจักรไอน้ำคืออุปกรณ์ที่ใช้แรงของไอน้ำซึ่งเกิดขึ้นตอนต้มน้ำเพื่อทำให้เครื่องจักรทำงาน
제임스 와트가 처음 만든 것은 아니지만, 그는 천칠백육십구 년에 증기 기관을 크게 개량해 특허를 받았어요.
เจมส์ วัตต์ไม่ใช่คนแรกที่สร้างมันขึ้น แต่ในปี 1769 เขาได้ปรับปรุงเครื่องจักรไอน้ำครั้งใหญ่และได้รับสิทธิบัตร
와트의 증기 기관은 전보다 훨씬 적은 석탄으로 움직일 수 있어서 공장과 광산에서 널리 쓰이게 되었어요.
เครื่องจักรไอน้ำของวัตต์ใช้ถ่านหินน้อยกว่าเดิมมาก จึงถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในโรงงานและเหมือง
오늘날 전구에 적힌 와트라는 단위도 그의 이름에서 따온 것이라고 해요.
ว่ากันว่าหน่วยวัตต์ที่เขียนอยู่บนหลอดไฟในปัจจุบันก็ตั้งตามชื่อของเขา
저는 따뜻한 차를 마시며 늘 보던 주전자에도 큰 발명의 원리가 숨어 있다는 게 신기했어요.
ขณะดื่มชาอุ่น ๆ ฉันรู้สึกทึ่งที่แม้แต่กาน้ำที่เห็นอยู่ทุกวันก็ซ่อนหลักการของสิ่งประดิษฐ์ยิ่งใหญ่เอาไว้
คุณปู่ถามอะไรตอนยื่นถ้วยชาให้
- ถามว่าชอบชาข้าวบาร์เลย์ไหม
- ถามว่าชาร้อนเกินไปไหม ✓
- ถามว่ารู้จักเครื่องจักรไอน้ำไหม
- ถามว่าจะต้มน้ำเพิ่มอีกไหม
ทำไมเครื่องจักรไอน้ำของวัตต์จึงถูกใช้อย่างแพร่หลาย
- เพราะวัตต์เป็นคนแรกที่สร้างเครื่องจักรไอน้ำ
- เพราะมีขนาดเล็กเหมือนกาน้ำ
- เพราะใช้ถ่านหินน้อยกว่าเดิมมาก ✓
- เพราะทำให้หลอดไฟสว่างได้
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
- เจมส์ วัตต์เป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำคนแรก
- คุณปู่เคยทำงานสร้างเครื่องจักรไอน้ำ
- วัตต์ได้รับสิทธิบัตรในช่วงปี 1900
- หน่วยวัตต์มาจากชื่อของเจมส์ วัตต์ ✓