🇰🇷 Hanguru — เรียนภาษาเกาหลี

hanguru.app

← กลับไปที่แอป ← ดูบทเรียนทั้งหมด

การอ่านภาษาเกาหลี — ภาษา

บทอ่านระดับ TOPIK II ในหมวด “ภาษา” 20 บท แต่ละบทมีคำแปลรายประโยคและคำถามวัดความเข้าใจ

📔 เขียนไดอารีเป็นภาษาเกาหลี

저는 한국어를 배운 지 삼 년이 됐지만 쓰기 실력은 늘 제자리였어요.
ฉันเรียนภาษาเกาหลีมาสามปีแล้ว แต่ทักษะการเขียนก็ยังย่ำอยู่กับที่
그래서 상담을 받았는데, 선생님께서 하루도 빠짐없이 한국어로 일기를 쓰라고 하셨어요.
ฉันจึงไปขอคำปรึกษา แล้วคุณครูก็บอกให้เขียนไดอารีเป็นภาษาเกาหลีทุกวันไม่ให้ขาดสักวัน
집에 와서 룸메이트에게 “선생님이 매일 세 문장이라도 좋으니까 일기를 쓰라더라고.”라고 전했어요.
พอกลับถึงบ้าน ฉันบอกเพื่อนร่วมห้องว่า “ครูบอกให้เขียนไดอารีทุกวัน ถึงจะแค่สามประโยคก็ได้”
처음에는 쓸 말이 없어서 날씨와 점심 메뉴만 적었어요.
ตอนแรกไม่มีอะไรจะเขียน เลยจดแค่สภาพอากาศกับเมนูมื้อกลางวัน
그러다가 점점 그날 느낀 감정이나 친구와 나눈 대화를 쓰게 됐어요.
จากนั้นก็ค่อยๆ เริ่มเขียนถึงความรู้สึกในวันนั้นหรือบทสนทนากับเพื่อน
모르는 표현이 나오면 사전을 찾아서 일기장 옆에 따로 정리해 두었어요.
ถ้าเจอสำนวนที่ไม่รู้ ฉันก็เปิดพจนานุกรมแล้วจดสรุปแยกไว้ข้างสมุดไดอารี
여섯 달이 지나자 작문 시험에서 처음으로 높은 점수를 받았어요.
พอผ่านไปหกเดือน ฉันก็ได้คะแนนสูงในการสอบเขียนเป็นครั้งแรก
이제는 일기를 쓰지 않으면 하루가 끝나지 않은 것 같은 기분이 들어요.
ตอนนี้ถ้าไม่ได้เขียนไดอารี ก็รู้สึกเหมือนวันนั้นยังไม่จบ
คุณครูแนะนำอะไรให้ผู้เขียน
  • เขียนไดอารีเป็นภาษาเกาหลีทุกวัน ✓
  • คุยกับเพื่อนร่วมห้องเป็นภาษาเกาหลี
  • ท่องจำสภาพอากาศกับเมนูมื้อกลางวัน
  • สอบเขียนอีกครั้ง
ทำไมตอนแรกผู้เขียนถึงจดแค่สภาพอากาศกับเมนูมื้อกลางวัน
  • เพราะครูบอกให้เขียนแบบนั้น
  • เพราะขี้เกียจเปิดพจนานุกรม
  • เพราะนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร ✓
  • เพราะเพื่อนร่วมห้องอยากรู้เรื่องนั้น
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ผู้เขียนเรียนภาษาเกาหลีมาหกเดือน
  • หลังหกเดือน คะแนนการเขียนของผู้เขียนสูงขึ้น ✓
  • ผู้เขียนถามครูเรื่องสำนวนที่ไม่รู้ทุกวัน
  • ช่วงนี้ผู้เขียนเขียนไดอารีแค่บางครั้ง

🎸 แปลเพลงกับน้องชาย

저와 남동생은 올봄부터 일주일에 두 번 화상으로 스페인어 수업을 들어요.
ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลินี้ ฉันกับน้องชายเรียนภาษาสเปนทางวิดีโอคอลสัปดาห์ละสองครั้ง
지난주에는 제가 야근 때문에 수업에 빠져서 동생 혼자 수업을 들었어요.
สัปดาห์ที่แล้วฉันต้องทำงานล่วงเวลาเลยขาดเรียน น้องชายจึงเรียนคนเดียว
그날 밤 동생이 “선생님이 다음 시간까지 좋아하는 노래 가사를 하나 해석해 오라더라.”라고 전해 줬어요.
คืนนั้นน้องชายบอกต่อว่า “ครูบอกให้แปลเนื้อเพลงที่ชอบมาหนึ่งเพลงก่อนคาบหน้า”
우리는 둘 다 좋아하는 라틴 팝 노래를 골라서 사전을 펴 놓고 한 줄씩 옮겼어요.
เราเลือกเพลงป๊อปละตินที่ชอบทั้งคู่ แล้วเปิดพจนานุกรมแปลทีละบรรทัด
그런데 사전에 나온 뜻대로 옮기니까 노래가 전혀 아름답게 들리지 않았어요.
แต่พอแปลตามความหมายในพจนานุกรม เพลงก็ฟังไม่ไพเราะเลย
수업 시간에 그 이야기를 하자 선생님은 그게 바로 이번 숙제의 목적이었다고 하셨어요.
พอเราเล่าเรื่องนั้นในคาบเรียน ครูก็บอกว่านั่นแหละคือจุดประสงค์ของการบ้านครั้งนี้
단어 하나하나보다 노래에 담긴 감정과 문화를 옮기는 것이 더 중요하다는 뜻이었죠.
ครูหมายความว่าการถ่ายทอดอารมณ์และวัฒนธรรมในเพลงสำคัญกว่าคำแต่ละคำ
그 후로 우리는 가사를 볼 때 단어보다 그 말을 한 사람의 마음을 먼저 생각해요.
ตั้งแต่นั้นมา เวลาอ่านเนื้อเพลง เราจะนึกถึงความรู้สึกของคนที่พูดคำนั้นก่อนตัวคำ
ทำไมผู้เขียนถึงขาดเรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
  • เพราะไม่ได้ทำการบ้าน
  • เพราะทะเลาะกับน้องชาย
  • เพราะสัญญาณวิดีโอคอลขาด
  • เพราะต้องทำงานล่วงเวลา ✓
จุดประสงค์ที่ครูให้การบ้านแปลเนื้อเพลงคืออะไร
  • อยากให้รู้วิธีถ่ายทอดอารมณ์และวัฒนธรรมของเพลง ✓
  • อยากให้ฝึกเปิดพจนานุกรมให้เร็ว
  • อยากสอนประวัติของเพลงป๊อปละติน
  • อยากให้ทั้งสองคนร้องเพลงด้วยกัน
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ผู้เขียนแปลเนื้อเพลงคนเดียว
  • ทั้งสองคนเรียนเดือนละสองครั้ง
  • ครูผิดหวังกับผลการบ้านมาก
  • เนื้อเพลงที่แปลตามความหมายในพจนานุกรมฟังดูแปร่งๆ ✓

🎧 เมื่อผู้บรรยายไม่พูดตามบท

서연 씨는 대학원에서 통역을 공부하면서 국제 행사에서 자원봉사를 해요.
ซอยอนเรียนการล่ามในระดับบัณฑิตศึกษาและเป็นอาสาสมัครในงานระดับนานาชาติ
지난달에는 한 학술 대회에서 외국인 연사의 발표를 한국어로 통역하게 됐어요.
เดือนที่แล้ว เธอได้รับหน้าที่ล่ามการบรรยายของผู้บรรยายชาวต่างชาติเป็นภาษาเกาหลีในงานประชุมวิชาการแห่งหนึ่ง
담당자는 연사가 원고를 그대로 읽을 테니 미리 받은 원고만 잘 준비하면 된다고 했어요.
ผู้รับผิดชอบบอกว่าผู้บรรยายจะอ่านตามบทเลย เธอจึงแค่เตรียมบทที่ได้รับมาล่วงหน้าให้ดีก็พอ
그런데 발표가 시작되자 서연 씨는 속으로 “원고만 준비하라더니 연사가 원고를 아예 덮어 버렸네.”라고 생각했어요.
แต่พอการบรรยายเริ่มขึ้น ซอยอนก็คิดในใจว่า “บอกให้เตรียมแค่บท แต่ผู้บรรยายกลับปิดบทไปเลยซะงั้น”
연사는 청중에게 질문을 던지고 자신의 어린 시절 이야기까지 즉석에서 꺼냈어요.
ผู้บรรยายตั้งคำถามกับผู้ฟัง และยังเล่าเรื่องสมัยเด็กของตัวเองขึ้นมาแบบสดๆ ด้วย
서연 씨는 당황했지만 단어 하나하나보다 이야기의 흐름을 따라가는 데 집중했어요.
ซอยอนตกใจ แต่เธอตั้งใจตามเนื้อเรื่องโดยรวมมากกว่าจะตามทีละคำ
발표가 끝난 뒤 연사는 통역 덕분에 청중과 진짜 대화를 나눈 기분이었다며 고마워했어요.
หลังการบรรยายจบลง ผู้บรรยายขอบคุณเธอ บอกว่าเพราะการล่ามของเธอ เขารู้สึกเหมือนได้พูดคุยกับผู้ฟังจริงๆ
서연 씨는 그날 준비만큼 중요한 것이 순간의 판단력이라는 사실을 배웠어요.
วันนั้น ซอยอนได้เรียนรู้ว่าการตัดสินใจเฉพาะหน้าก็สำคัญพอๆ กับการเตรียมตัว
ผู้รับผิดชอบพูดอะไรกับซอยอน
  • บอกให้ถามคำถามผู้บรรยายเยอะๆ
  • บอกว่าแค่เตรียมบทที่ได้รับมาก็พอ ✓
  • บอกให้เตรียมเรื่องสมัยเด็ก
  • บอกว่าต้องล่ามโดยไม่มีบท
ทำไมซอยอนถึงตกใจ
  • เพราะไม่ได้รับบทล่วงหน้า
  • เพราะผู้ฟังไม่ฟังการล่าม
  • เพราะผู้บรรยายพูดสิ่งที่ไม่มีในบท ✓
  • เพราะผู้บรรยายบรรยายเป็นภาษาเกาหลี
จากเรื่องนี้ รู้อะไรได้บ้าง
  • ในการล่าม การตัดสินใจเฉพาะหน้าก็สำคัญเช่นกัน ✓
  • ล่ามต้องท่องบททั้งหมดให้ได้
  • ผู้บรรยายอ่านตามบทจนจบ
  • ซอยอนเลิกล่ามกลางคัน

🤟 คลาสภาษามือครั้งแรกของฉัน

저는 청각 장애가 있는 이웃과 더 잘 이야기하고 싶어서 구청의 수어 교실에 등록했어요.
ฉันสมัครเรียนคลาสภาษามือของสำนักงานเขต เพราะอยากคุยกับเพื่อนบ้านที่มีความบกพร่องทางการได้ยินให้ได้ดีขึ้น
첫날 교실에 들어가자 담당 직원이 강사님의 부탁을 미리 알려 주었어요.
วันแรก พอฉันเข้าไปในห้องเรียน เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลก็แจ้งคำขอของผู้สอนให้ฉันรู้ล่วงหน้า
직원은 “강사님이 수업 중에는 목소리를 내지 말고 손과 표정으로만 이야기하라더군요.”라고 했어요.
เจ้าหน้าที่บอกว่า “ผู้สอนบอกว่าระหว่างเรียนห้ามส่งเสียง ให้สื่อสารด้วยมือกับสีหน้าเท่านั้นนะคะ”
처음에는 말을 하지 않고 수업을 듣는 것이 어색하고 답답하게 느껴졌어요.
ตอนแรก การเรียนโดยไม่พูดรู้สึกทั้งเก้อเขินและอึดอัด
하지만 곧 수어에서는 표정이 손동작만큼 중요하다는 것을 알게 됐어요.
แต่ไม่นานฉันก็รู้ว่าในภาษามือ สีหน้าสำคัญพอๆ กับท่ามือ
같은 손동작이라도 표정에 따라 질문이 되기도 하고 감탄이 되기도 했어요.
ท่ามือเดียวกันอาจกลายเป็นคำถามหรือคำอุทานก็ได้ ขึ้นอยู่กับสีหน้า
석 달 뒤, 저는 처음으로 이웃에게 수어로 날씨 이야기를 했어요.
สามเดือนต่อมา ฉันได้คุยเรื่องอากาศกับเพื่อนบ้านด้วยภาษามือเป็นครั้งแรก
이웃이 환하게 웃으며 답해 주었을 때 그동안의 답답함이 모두 사라졌어요.
ตอนที่เพื่อนบ้านยิ้มกว้างแล้วตอบกลับมา ความอึดอัดที่ผ่านมาก็หายไปหมด
ทำไมผู้เขียนถึงสมัครคลาสภาษามือ
  • เพราะได้เข้าทำงานที่สำนักงานเขต
  • เพราะอยากสื่อสารกับเพื่อนบ้านให้ดีขึ้น ✓
  • เพราะอยากเป็นครูสอนภาษามือ
  • เพราะเจ้าหน้าที่แนะนำให้สมัคร
ผู้สอนขอให้ปฏิบัติตามอะไรระหว่างเรียน
  • พยายามไม่แสดงสีหน้า
  • จดเนื้อหาที่เรียน
  • สื่อสารโดยไม่ส่งเสียง ✓
  • ไม่ทำท่ามือใหญ่เกินไป
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่อง
  • ผู้เขียนรู้สึกสบายใจตั้งแต่คลาสแรก
  • เพื่อนบ้านไม่เข้าใจภาษามือของผู้เขียน
  • ผู้เขียนได้คุยกับเพื่อนบ้านหลังจากผ่านไปหนึ่งปี
  • ในภาษามือ สีหน้าก็สำคัญต่อการสื่อความหมายเช่นกัน ✓

😊 คุณปู่หัดส่งข้อความ

일흔이 넘은 민호 씨의 할아버지는 요즘 휴대폰 메신저를 배우고 계세요.
คุณปู่ของมินโฮซึ่งอายุเกินเจ็ดสิบแล้ว ช่วงนี้กำลังหัดใช้แอปแชตในมือถือ
전에는 늘 전화만 하셨는데, 손주들이 문자로 대화하는 모습을 보고 마음을 바꾸셨어요.
เมื่อก่อนท่านโทรศัพท์อย่างเดียว แต่พอเห็นหลานๆ คุยกันทางข้อความก็เปลี่ยนใจ
그런데 할아버지의 문자는 “알았다.” 같은 짧은 말뿐이라 가족들은 화가 나신 줄 오해하곤 했어요.
แต่ข้อความของคุณปู่มีแต่คำสั้นๆ อย่าง “รู้แล้ว” ครอบครัวจึงมักเข้าใจผิดว่าท่านโกรธ
그래서 손녀가 문장 끝에 웃는 얼굴 그림을 하나씩 붙여 보시라고 알려 드렸어요.
หลานสาวจึงแนะนำให้ท่านลองใส่รูปหน้ายิ้มไว้ท้ายประโยคทีละอัน
할아버지는 할머니께 “손녀가 문자 끝에 이 웃는 얼굴을 꼭 붙이라더군.” 하시며 연습을 시작하셨어요.
คุณปู่บอกคุณย่าว่า “หลานบอกว่าท้ายข้อความต้องใส่หน้ายิ้มนี่ให้ได้นะ” แล้วก็เริ่มฝึก
이제 할아버지의 짧은 문자에는 늘 웃는 얼굴이 두세 개씩 붙어 있어요.
ตอนนี้ข้อความสั้นๆ ของคุณปู่มีหน้ายิ้มติดมาสองสามอันเสมอ
가족들은 똑같은 말이라도 그림 하나로 느낌이 이렇게 달라진다는 것에 놀랐어요.
ครอบครัวแปลกใจที่คำพูดเดียวกันแท้ๆ แต่ความรู้สึกเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เพราะรูปเพียงรูปเดียว
요즘 할아버지는 가족 대화방에서 누구보다 먼저 아침 인사를 보내세요.
ช่วงนี้คุณปู่ส่งคำทักทายตอนเช้าในแชตกลุ่มครอบครัวก่อนใครเลย
ทำไมครอบครัวถึงเข้าใจข้อความของคุณปู่ผิด
  • เพราะข้อความสั้นและห้วนเกินไป ✓
  • เพราะข้อความมีคำผิดเยอะ
  • เพราะท่านส่งข้อความตอนกลางดึก
  • เพราะข้อความมีรูปมากเกินไป
หลานสาวสอนอะไรคุณปู่
  • วิธีเขียนจดหมายแทนการโทร
  • วิธีสร้างแชตกลุ่มครอบครัว
  • วิธีใส่หน้ายิ้มไว้ท้ายประโยค ✓
  • วิธีเขียนข้อความให้ยาวขึ้น
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่อง
  • คุณปู่ยังคงใช้แค่การโทรศัพท์
  • ช่วงนี้คุณปู่ส่งคำทักทายตอนเช้าก่อน ✓
  • คุณย่าสอนคุณปู่ใช้แอปแชต
  • ครอบครัวไม่ชอบรูปของคุณปู่

🎤 พูดช้าลงในการสอบพูด

지수 씨는 교환 학생 선발을 위한 영어 말하기 면접을 앞두고 있었어요.
จีซูใกล้จะต้องสอบสัมภาษณ์พูดภาษาอังกฤษเพื่อคัดเลือกนักศึกษาแลกเปลี่ยน
긴장하면 말이 빨라지는 버릇이 있어서 오빠에게 연습 상대가 되어 달라고 부탁했어요.
เพราะเธอมีนิสัยพูดเร็วเวลาตื่นเต้น จึงขอให้พี่ชายมาเป็นคู่ซ้อม
오빠는 질문을 하나씩 던지며 대답을 휴대폰으로 녹음해 주었어요.
พี่ชายถามคำถามทีละข้อและอัดเสียงคำตอบไว้ด้วยมือถือ
지수 씨가 또 쉬지 않고 말을 쏟아 내자 오빠는 “천천히 또박또박 말하라니까는!” 하고 외쳤어요.
พอจีซูพูดรัวไม่หยุดอีกครั้ง พี่ชายก็ตะโกนว่า “บอกแล้วไงให้พูดช้าๆ ชัดๆ!”
녹음을 다시 들어 보니 자기 말인데도 무슨 뜻인지 알아듣기 어려웠어요.
พอฟังเสียงที่อัดไว้อีกครั้ง ถึงจะเป็นคำพูดของตัวเองแต่ก็ฟังไม่ค่อยออกว่าหมายถึงอะไร
그날부터 지수 씨는 문장 사이에 숨을 한 번 쉬고 중요한 단어는 힘주어 말하는 연습을 했어요.
ตั้งแต่วันนั้น จีซูฝึกหายใจหนึ่งครั้งระหว่างประโยคและเน้นเสียงคำที่สำคัญ
면접 날 심사 위원은 말이 분명하고 차분해서 듣기 편했다고 칭찬했어요.
ในวันสัมภาษณ์ กรรมการชมว่าเธอพูดชัดเจนและใจเย็น ฟังแล้วสบายหู
지수 씨는 합격 소식을 듣자마자 오빠에게 제일 먼저 고맙다는 문자를 보냈어요.
ทันทีที่รู้ว่าสอบผ่าน จีซูก็ส่งข้อความขอบคุณไปหาพี่ชายเป็นคนแรก
จีซูขอให้พี่ชายทำอะไร
  • เขียนบทภาษาอังกฤษแทนเธอ
  • ไปที่สนามสอบสัมภาษณ์ด้วยกัน
  • เตรียมเอกสารนักศึกษาแลกเปลี่ยนให้
  • เป็นคู่ซ้อมสัมภาษณ์ให้ ✓
ทำไมพี่ชายถึงตะโกนเสียงดัง
  • เพราะจีซูพูดเร็วเกินไปอีกแล้ว ✓
  • เพราะจีซูไม่ตอบคำถาม
  • เพราะอัดเสียงไม่ติด
  • เพราะจีซูตอบเป็นภาษาเกาหลี
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่อง
  • กรรมการบอกว่าจีซูพูดเร็ว
  • จีซูสอบสัมภาษณ์ไม่ผ่านในที่สุด
  • พี่ชายจดคำตอบของจีซูลงในสมุด
  • จีซูรู้ตัวถึงปัญหาหลังจากฟังเสียงที่อัดไว้ ✓

📊 การนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ

무역 회사에 다니는 준호 씨는 영어 회화에 늘 자신이 없었어요.
จุนโฮที่ทำงานในบริษัทการค้า ไม่เคยมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษเลย
그런데 다음 달 해외 거래처 회의에서 신제품 발표를 맡게 됐어요.
แต่เขาได้รับมอบหมายให้นำเสนอสินค้าใหม่ในการประชุมกับคู่ค้าต่างประเทศเดือนหน้า
처음에는 통역을 부탁하려고 했지만 팀장님은 직접 영어로 발표해 보라고 권하셨어요.
ตอนแรกเขาตั้งใจจะขอล่าม แต่หัวหน้าทีมแนะนำให้ลองนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง
팀장님이 이번 기회에 꼭 직접 해 보라는데야 준호 씨도 더 이상 거절할 수 없었어요.
ในเมื่อหัวหน้าทีมบอกให้ลองทำเองให้ได้ในโอกาสนี้ จุนโฮก็ปฏิเสธต่อไปไม่ได้แล้ว
그는 매일 출근 전에 발표 원고를 소리 내어 읽고 동료들 앞에서도 연습했어요.
ทุกวันก่อนไปทำงาน เขาอ่านบทนำเสนอออกเสียงและซ้อมต่อหน้าเพื่อนร่วมงานด้วย
완벽한 문장보다 짧고 분명한 문장이 훨씬 효과적이라는 것도 알게 됐어요.
เขายังได้รู้ว่าประโยคสั้นๆ ที่ชัดเจนได้ผลดีกว่าประโยคที่สมบูรณ์แบบมาก
발표 당일 몇 번 말이 막혔지만 거래처 사람들은 끝까지 귀 기울여 들어 주었어요.
ในวันนำเสนอ เขาพูดติดขัดไปหลายครั้ง แต่คู่ค้าก็ตั้งใจฟังจนจบ
그 경험 덕분에 준호 씨는 외국어는 틀리면서 느는 것이라고 믿게 됐어요.
ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้จุนโฮเชื่อว่าภาษาต่างประเทศจะเก่งขึ้นได้จากการพูดผิด
ตอนแรกจุนโฮตั้งใจจะทำอะไร
  • โยนการนำเสนอให้เพื่อนร่วมงาน
  • ขอล่าม ✓
  • เลื่อนวันประชุม
  • สมัครเรียนที่สถาบันสอนภาษาอังกฤษ
ทำไมจุนโฮถึงปฏิเสธการนำเสนอด้วยตัวเองไม่ได้
  • เพราะในบริษัทไม่มีใครเป็นล่ามได้
  • เพราะคู่ค้าต้องการให้จุนโฮเป็นคนนำเสนอ
  • เพราะหัวหน้าทีมแนะนำให้ลองทำเอง ✓
  • เพราะเขามั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเอง
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่อง
  • จุนโฮพูดติดขัดหลายครั้งระหว่างนำเสนอ ✓
  • จุนโฮรู้สึกว่าประโยคยาวๆ ได้ผลดีกว่า
  • คู่ค้าลุกออกไประหว่างการนำเสนอ
  • จุนโฮซ้อมการนำเสนอแค่หลังเลิกงาน

📞 สำเนียงบ้านเกิดทางโทรศัพท์

부산에서 자란 태윤 씨는 올봄 서울의 한 고객 상담 센터에 취직했어요.
แทยุนที่โตมาในปูซาน ได้งานที่ศูนย์บริการลูกค้าแห่งหนึ่งในโซลเมื่อฤดูใบไม้ผลินี้
첫 주에 선배는 전화 상담을 할 때는 사투리를 쓰지 말고 표준어로 말하라고 여러 번 강조했어요.
ในสัปดาห์แรก รุ่นพี่ย้ำหลายครั้งว่าเวลาให้บริการทางโทรศัพท์ห้ามใช้ภาษาถิ่น ให้พูดภาษามาตรฐาน
태윤 씨는 퇴근길에 “고향 말투가 뭐가 어때서 자꾸 표준어로만 말하라남.” 하고 혼자 중얼거렸어요.
ระหว่างทางกลับบ้าน แทยุนบ่นพึมพำกับตัวเองว่า “สำเนียงบ้านเกิดมันผิดตรงไหน ถึงได้ให้พูดแต่ภาษามาตรฐานอยู่เรื่อย”
그래도 그는 억양을 고치려고 매일 밤 뉴스를 따라 읽으며 연습했어요.
ถึงอย่างนั้น เขาก็ฝึกอ่านตามข่าวทุกคืนเพื่อแก้สำเนียง
그런데 어느 날 나이가 지긋한 고객 한 분이 태윤 씨의 말투를 듣고 반가워하며 고향이 어디냐고 물었어요.
แต่วันหนึ่ง ลูกค้าสูงวัยท่านหนึ่งได้ยินสำเนียงของแทยุนก็ดีใจ แล้วถามว่าบ้านเกิดอยู่ที่ไหน
알고 보니 그 고객도 부산 출신이라 두 사람은 금세 편안하게 대화를 나눴어요.
ปรากฏว่าลูกค้าคนนั้นก็มาจากปูซานเหมือนกัน ทั้งสองจึงคุยกันอย่างสบายใจได้ในเวลาไม่นาน
그 일을 전해 들은 선배도 표준어가 기본이지만 친근한 말투가 도움이 될 때도 있다고 인정했어요.
พอได้ยินเรื่องนั้น รุ่นพี่ก็ยอมรับว่าภาษามาตรฐานเป็นพื้นฐาน แต่สำเนียงที่เป็นกันเองก็ช่วยได้ในบางครั้ง
이제 태윤 씨는 상황에 따라 두 가지 말투를 자연스럽게 오가며 상담을 해요.
ตอนนี้แทยุนให้บริการลูกค้าโดยสลับไปมาระหว่างสองสำเนียงได้อย่างเป็นธรรมชาติตามสถานการณ์
รุ่นพี่ขอให้แทยุนทำอะไร
  • ดูข่าวทุกคืนไม่ให้ขาด
  • พูดภาษามาตรฐานเวลาให้บริการ ✓
  • ถามบ้านเกิดของลูกค้า
  • สอนภาษาถิ่นให้เพื่อนร่วมงาน
ทำไมการคุยกับลูกค้าสูงวัยถึงเป็นไปอย่างสบายใจ
  • เพราะแทยุนพูดภาษามาตรฐานได้สมบูรณ์แบบ
  • เพราะรุ่นพี่คอยช่วยคุยอยู่ข้างๆ
  • เพราะทั้งสองมีบ้านเกิดที่เดียวกัน ✓
  • เพราะลูกค้ารู้จักแทยุนมาก่อน
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่อง
  • แทยุนเลิกใช้ภาษาถิ่นหลังได้ฟังคำของรุ่นพี่
  • รุ่นพี่ไม่ยอมรับภาษาถิ่นจนถึงที่สุด
  • แทยุนโตที่โซลและทำงานที่ปูซาน
  • ตอนนี้แทยุนเปลี่ยนสำเนียงให้เหมาะกับสถานการณ์ ✓

📖 นักเรียนที่ท่องจำพจนานุกรมทั้งเล่ม

한국어 교사인 은정 씨의 반에는 누구보다 열심히 공부하는 학생이 한 명 있어요.
ในห้องเรียนของอึนจอง ครูสอนภาษาเกาหลี มีนักเรียนคนหนึ่งที่ตั้งใจเรียนมากกว่าใครๆ
어느 날 은정 씨는 새 단어를 날마다 조금씩 외워 오라는 숙제를 냈어요.
วันหนึ่ง อึนจองให้การบ้านท่องคำศัพท์ใหม่ทีละนิดทุกวัน
일주일 뒤 그 학생은 사전 첫 장부터 단어를 삼백 개 넘게 외웠다며 뿌듯해했어요.
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา นักเรียนคนนั้นบอกอย่างภูมิใจว่าท่องคำศัพท์ได้เกินสามร้อยคำตั้งแต่หน้าแรกของพจนานุกรม
하지만 막상 대화를 해 보니 그 단어들을 문장 속에서 쓰지는 못했어요.
แต่พอได้ลองสนทนาจริงๆ เขากลับใช้คำเหล่านั้นในประโยคไม่ได้
은정 씨는 웃으며 “사전을 처음부터 순서대로 외우라곤 안 했어요.”라고 말했어요.
อึนจองยิ้มแล้วพูดว่า “ครูไม่ได้บอกให้ท่องพจนานุกรมตามลำดับตั้งแต่ต้นนะ”
그리고 단어는 예문과 함께 실제로 쓸 상황을 떠올리며 외워야 오래 남는다고 설명했어요.
แล้วเธอก็อธิบายว่าต้องท่องคำศัพท์ไปพร้อมกับประโยคตัวอย่าง และนึกภาพสถานการณ์ที่จะได้ใช้จริง จึงจะจำได้นาน
그 학생은 그 후 하루에 다섯 단어씩 골라 직접 문장을 만들어 보기 시작했어요.
หลังจากนั้น นักเรียนคนนั้นก็เริ่มเลือกคำศัพท์วันละห้าคำ แล้วลองแต่งประโยคเอง
외운 단어 수는 줄었지만 한 달 뒤에는 대화에서 쓰는 표현이 눈에 띄게 늘었어요.
จำนวนคำที่ท่องจำลดลง แต่หนึ่งเดือนต่อมา สำนวนที่เขาใช้ในการสนทนากลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การบ้านที่อึนจองให้คืออะไร
  • ท่องคำศัพท์ใหม่ทีละนิดทุกวัน ✓
  • อ่านพจนานุกรมตั้งแต่ต้นจนจบ
  • เขียนเรียงความโดยใช้คำศัพท์สามร้อยคำ
  • สนทนากับเพื่อนทุกวัน
วิธีเรียนคำศัพท์ที่ดีที่อึนจองอธิบายคืออะไร
  • ท่องให้ครบทุกคำตามลำดับในพจนานุกรม
  • ท่องคำศัพท์ให้ได้มากที่สุดในแต่ละวัน
  • ท่องไปพร้อมกับประโยคตัวอย่าง และนึกภาพสถานการณ์ที่จะใช้ ✓
  • ข้ามคำที่ไม่รู้ความหมาย
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • นักเรียนท่องจำคำศัพท์ได้ทุกคำในพจนานุกรม
  • ตอนแรกนักเรียนใช้คำที่ท่องจำไว้ในการสนทนาไม่ได้ ✓
  • อึนจองชมวิธีของนักเรียนอย่างมาก
  • นักเรียนเลิกฝึกสนทนาและท่องแต่คำศัพท์

📱 การบ้านกับแอปแปลภาษา

고등학교에서 일본어를 가르치는 현우 씨는 요즘 숙제를 검사하다가 이상한 점을 발견했어요.
ฮยอนอูซึ่งสอนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนมัธยมปลาย ช่วงนี้สังเกตเห็นสิ่งแปลกๆ ขณะตรวจการบ้าน
평소 짧은 문장도 어려워하던 학생들이 갑자기 아주 어려운 표현을 쓰기 시작한 거예요.
นักเรียนที่ปกติแม้แต่ประโยคสั้นๆ ก็ยังรู้สึกยาก จู่ๆ ก็เริ่มใช้สำนวนที่ยากมาก
알고 보니 많은 학생이 한국어로 글을 쓴 뒤 번역 앱에 넣어 그대로 옮겨 적은 거였어요.
ที่แท้นักเรียนหลายคนเขียนเป็นภาษาเกาหลีก่อน แล้วใส่ลงในแอปแปลภาษาและลอกผลลัพธ์มาทั้งอย่างนั้น
현우 씨는 수업 시간에 “번역 앱은 확인할 때 쓰라고 했지, 숙제를 대신 시키라고는 안 했어요.”라고 말했어요.
ฮยอนอูพูดในชั้นเรียนว่า “ครูบอกให้ใช้แอปแปลภาษาเพื่อตรวจทาน ไม่ได้บอกให้ใช้ทำการบ้านแทนนะ”
그 대신 먼저 자기 힘으로 문장을 쓰고 번역 앱과 비교해 보는 새로운 숙제를 냈어요.
เขาจึงให้การบ้านแบบใหม่แทน คือให้เขียนประโยคด้วยตัวเองก่อน แล้วค่อยนำไปเปรียบเทียบกับแอปแปลภาษา
학생들은 자기 문장과 앱의 문장이 어디서 왜 다른지 찾으며 문법을 스스로 따져 보았어요.
นักเรียนค้นหาว่าประโยคของตัวเองต่างจากของแอปตรงไหนและเพราะอะไร พร้อมกับไล่คิดเรื่องไวยากรณ์ด้วยตัวเอง
몇 주가 지나자 학생들의 글은 조금 서툴러도 훨씬 자기 목소리에 가까워졌어요.
ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ งานเขียนของนักเรียนแม้จะยังไม่คล่องอยู่บ้าง แต่ก็ใกล้เคียงกับน้ำเสียงของตัวเองมากขึ้นมาก
현우 씨는 도구를 금지하기보다 올바르게 쓰는 법을 가르치는 것이 중요하다고 생각해요.
ฮยอนอูคิดว่าการสอนวิธีใช้เครื่องมืออย่างถูกต้องสำคัญกว่าการห้ามใช้
สิ่งแปลกๆ ที่ฮยอนอูพบในการบ้านคืออะไร
  • นักเรียนไม่ส่งการบ้านเลย
  • นักเรียนส่งการบ้านช้า
  • นักเรียนเขียนประโยคเดียวกันหลายครั้ง
  • จู่ๆ นักเรียนก็ใช้สำนวนที่ยาก ✓
การบ้านแบบใหม่ที่ฮยอนอูให้มีวิธีทำอย่างไร
  • นำประโยคที่เขียนเองไปเปรียบเทียบกับแอปแปลภาษา ✓
  • ท่องประโยคจากแอปแปลภาษาทั้งอย่างนั้น
  • ใช้แค่พจนานุกรม ไม่ใช้แอปแปลภาษา
  • ช่วยกันแก้ประโยคของเพื่อน
ใจความสำคัญของเรื่องนี้คืออะไร
  • ควรห้ามใช้แอปแปลภาษาในชั้นเรียน
  • ควรให้การบ้านสั้นที่สุดเท่าที่ทำได้
  • ต้องท่องสำนวนยากๆ ให้มาก
  • ต้องสอนวิธีใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง ✓

💬 ยังไงก็ตอบเป็นภาษาเกาหลี

저는 멕시코에서 온 유학생이고, 한국에 온 지 이제 일 년이 됐어요.
ผมเป็นนักศึกษาต่างชาติที่มาจากเม็กซิโก ตอนนี้มาอยู่เกาหลีได้หนึ่งปีแล้ว
처음에는 한국 친구들이 저를 배려해서 영어로 말을 걸어 주는 경우가 많았어요.
ตอนแรกเพื่อนชาวเกาหลีมักชวนผมคุยเป็นภาษาอังกฤษด้วยความใส่ใจผม
고마운 일이었지만 그러다 보니 제 한국어는 좀처럼 늘지 않았어요.
ผมรู้สึกขอบคุณ แต่พอเป็นแบบนั้น ภาษาเกาหลีของผมก็ไม่ค่อยพัฒนาเลย
그래서 요즘은 친구들이 영어로 편하게 이야기하재도 저는 끝까지 한국어로 대답해요.
ดังนั้นช่วงนี้ แม้เพื่อนๆ จะชวนให้คุยภาษาอังกฤษกันสบายๆ ผมก็ตอบเป็นภาษาเกาหลีจนถึงที่สุด
제 대답은 느리고 틀릴 때도 많지만 친구들은 이제 기다려 주고 틀린 곳을 알려 줘요.
คำตอบของผมช้าและผิดบ่อย แต่ตอนนี้เพื่อนๆ ก็รอผมและบอกว่าผิดตรงไหน
가끔은 친구들이 제게 스페인어 표현을 물어봐서 서로 가르쳐 주기도 해요.
บางครั้งเพื่อนๆ ก็ถามสำนวนภาษาสเปนจากผม เราเลยได้สอนกันและกัน
지난주에는 처음으로 친구들과 한국어로만 밤늦게까지 수다를 떨었어요.
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมคุยเล่นกับเพื่อนๆ เป็นภาษาเกาหลีล้วนจนดึกเป็นครั้งแรก
불편함을 조금 견뎌야 말이 는다는 것을 저는 몸으로 배웠어요.
ผมได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่าต้องอดทนกับความไม่สะดวกสักหน่อย ภาษาถึงจะพัฒนา
ทำไมตอนแรกภาษาเกาหลีของผู้เขียนถึงไม่ค่อยพัฒนา
  • เพราะแทบไม่ได้คบเพื่อนชาวเกาหลีเลย
  • เพราะเพื่อนๆ มักชวนคุยเป็นภาษาอังกฤษ ✓
  • เพราะมีวิชาภาษาสเปนมากเกินไป
  • เพราะไม่ได้เรียนวิชาภาษาเกาหลี
ช่วงนี้ผู้เขียนคุยกับเพื่อนๆ อย่างไร
  • ตอบเพื่อนๆ เป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว
  • ตอบเป็นภาษาสเปนแล้วอธิบายความหมาย
  • ตอบเป็นภาษาเกาหลีแม้เพื่อนๆ จะใช้ภาษาอังกฤษ ✓
  • ไม่ตอบ ได้แต่ฟังเงียบๆ
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกมากที่สุดคืออะไร
  • ต้องอดทนกับความไม่สะดวก ภาษาต่างประเทศจึงจะพัฒนา ✓
  • ควรชวนชาวต่างชาติคุยเป็นภาษาอังกฤษ
  • คุยกับเพื่อนเป็นภาษาแม่ถึงจะสบายใจ
  • การพูดให้ไม่ผิดสำคัญที่สุด

🎶 เพลงในวันสำเร็จการศึกษา

저는 한국어 교육원에서 일 년 과정을 마치고 다음 주 수료식을 앞두고 있어요.
ผมเรียนจบหลักสูตรหนึ่งปีที่สถาบันสอนภาษาเกาหลี และสัปดาห์หน้าจะมีพิธีจบหลักสูตร
우리 반 학생들은 선생님들께 감사의 마음을 전할 특별한 방법을 고민했어요.
นักเรียนในห้องของเราคิดหาวิธีพิเศษเพื่อแสดงความขอบคุณต่อคุณครู
여러 의견이 나왔지만 결국 모두 함께 한국 노래를 불러 드리자는 데 뜻이 모였어요.
มีความคิดเห็นหลากหลาย แต่สุดท้ายทุกคนก็ตกลงกันว่าจะร้องเพลงเกาหลีให้คุณครูฟังด้วยกัน
반 대표인 제가 이 제안을 원장님께 전하러 원장실에 찾아갔어요.
ในฐานะหัวหน้าห้อง ผมไปที่ห้องผู้อำนวยการเพื่อแจ้งข้อเสนอนี้
저는 조금 긴장한 목소리로 “저희 반 학생들이 수료식에서 선생님들께 노래를 불러 드리잡니다.”라고 말씀드렸어요.
ผมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อยว่า “นักเรียนในห้องของเราเสนอว่าจะร้องเพลงให้คุณครูฟังในพิธีครับ”
원장님은 환하게 웃으시며 연습할 교실까지 따로 마련해 주셨어요.
ผู้อำนวยการยิ้มกว้าง แล้วยังจัดห้องเรียนไว้ให้ซ้อมเป็นพิเศษอีกด้วย
수료식 날 우리가 서툰 발음으로 노래를 부르자 몇몇 선생님은 눈물을 흘리셨어요.
ในวันพิธี พอพวกเราร้องเพลงด้วยการออกเสียงที่ยังไม่คล่อง คุณครูบางท่านก็หลั่งน้ำตา
가사 한 줄 한 줄에 일 년 동안의 고마움을 담을 수 있어서 정말 뿌듯했어요.
ผมภูมิใจจริงๆ ที่ได้ใส่ความขอบคุณตลอดหนึ่งปีลงไปในเนื้อเพลงทุกบรรทัด
ทำไมผู้เขียนถึงไปที่ห้องผู้อำนวยการ
  • เพื่อยืนยันวันจัดพิธี
  • เพื่อแจ้งข้อเสนอของนักเรียนในห้อง ✓
  • เพื่อถามเนื้อเพลง
  • เพื่อมอบของขวัญให้คุณครู
หลังจากได้ฟังข้อเสนอ ผู้อำนวยการทำอย่างไร
  • บอกให้เขียนจดหมายแทนการร้องเพลง
  • สอนการออกเสียงด้วยตัวเอง
  • จัดห้องเรียนไว้ให้ซ้อม ✓
  • บอกให้ทำร่วมกับห้องอื่น
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ผู้เขียนเรียนจบหลักสูตรสองปีที่สถาบัน
  • ผู้อำนวยการคัดค้านข้อเสนอของนักเรียน
  • คุณครูร้องเพลงให้นักเรียนฟัง
  • นักเรียนร้องเพลงเกาหลีในพิธี ✓

🤝 ประชุมด้วยภาษาเกาหลีง่ายๆ

수빈 씨가 일하는 회사에서는 여러 나라에서 온 직원들이 함께 일해요.
ที่บริษัทที่ซูบินทำงานอยู่ มีพนักงานจากหลายประเทศทำงานร่วมกัน
회의는 한국어로 진행되는데 외국인 직원들은 빠른 말과 줄임말 때문에 내용을 놓치곤 했어요.
การประชุมดำเนินเป็นภาษาเกาหลี และพนักงานต่างชาติมักตามเนื้อหาไม่ทันเพราะพูดเร็วและใช้คำย่อ
그래서 외국인 직원들이 모여 회의 방식을 바꾸자는 의견을 인사팀에 냈어요.
พนักงานต่างชาติจึงรวมตัวกันและยื่นข้อเสนอต่อฝ่ายบุคคลให้เปลี่ยนรูปแบบการประชุม
소식을 들은 부장님은 수빈 씨에게 “그래서 외국인 직원들이 회의를 어떻게 하잡니까?”라고 물으셨어요.
เมื่อได้ยินข่าว ผู้จัดการฝ่ายก็ถามซูบินว่า “แล้วพนักงานต่างชาติเสนอให้ประชุมกันแบบไหนล่ะ”
수빈 씨는 쉬운 단어로 천천히 말하고 회의 뒤에 결정된 내용을 글로 정리하자는 제안이라고 설명했어요.
ซูบินอธิบายว่าเป็นข้อเสนอให้พูดช้าๆ ด้วยคำง่ายๆ และสรุปสิ่งที่ตัดสินใจไว้เป็นลายลักษณ์อักษรหลังประชุม
처음에 한국인 직원들은 번거롭다고 했지만 곧 모두에게 도움이 된다는 것을 느꼈어요.
ตอนแรกพนักงานชาวเกาหลีบอกว่ายุ่งยาก แต่ไม่นานก็รู้สึกว่ามันเป็นประโยชน์กับทุกคน
쉬운 말로 설명하려다 보니 한국인 직원들도 자기 생각을 더 분명하게 정리하게 됐거든요.
เพราะพอพยายามอธิบายด้วยคำง่ายๆ พนักงานชาวเกาหลีเองก็ได้เรียบเรียงความคิดของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นด้วย
이제 이 회사에서는 쉬운 말로 회의하기가 모두의 기본 예절이 되었어요.
ตอนนี้ที่บริษัทนี้ การประชุมด้วยภาษาง่ายๆ ได้กลายเป็นมารยาทพื้นฐานของทุกคนไปแล้ว
ทำไมพนักงานต่างชาติถึงตามเนื้อหาการประชุมไม่ทัน
  • เพราะพูดเร็วและมีคำย่อเยอะ ✓
  • เพราะการประชุมดำเนินเป็นภาษาอังกฤษ
  • เพราะไม่ได้รับเอกสารประชุม
  • เพราะการประชุมใช้เวลานานเกินไป
ข้อเสนอของพนักงานต่างชาติมีเรื่องใดอยู่ด้วย
  • ประชุมเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
  • ให้พนักงานต่างชาติประชุมแยกกันต่างหาก
  • สรุปเรื่องที่ตัดสินใจเป็นลายลักษณ์อักษรหลังประชุม ✓
  • ลดจำนวนการประชุมลงครึ่งหนึ่ง
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • พนักงานชาวเกาหลีคัดค้านข้อเสนอจนถึงที่สุด
  • การประชุมด้วยภาษาง่ายๆ เป็นประโยชน์กับพนักงานชาวเกาหลีด้วย ✓
  • ผู้จัดการฝ่ายเป็นคนแรกที่เสนอให้เปลี่ยนรูปแบบการประชุม
  • ซูบินไม่รู้เรื่องข้อเสนอของพนักงานต่างชาติ

📚 ชมรมภาษาเกาหลีที่ห้องสมุดหมู่บ้าน

저는 작은 시골 마을에 살면서 삼 년째 혼자 한국어를 공부하고 있어요.
ผมอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบท และเรียนภาษาเกาหลีด้วยตัวเองมาเป็นปีที่สามแล้ว
마을에는 한국어를 아는 사람이 없어서 함께 공부하잘 사람을 찾기가 어려웠어요.
ในหมู่บ้านไม่มีใครรู้ภาษาเกาหลี จึงหาคนที่จะชวนกันเรียนได้ยาก
그러던 어느 날 동네 도서관 게시판에 외국어 동아리를 만들 사람을 찾는다는 공고가 붙었어요.
แล้ววันหนึ่ง ที่บอร์ดประกาศของห้องสมุดในชุมชนก็มีประกาศหาคนที่จะตั้งชมรมภาษาต่างประเทศ
저는 용기를 내어 한국어 동아리를 만들겠다고 신청서를 냈어요.
ผมรวบรวมความกล้าแล้วยื่นใบสมัครเพื่อตั้งชมรมภาษาเกาหลี
첫 모임에는 한국 드라마를 좋아하는 고등학생 두 명과 은퇴한 선생님 한 분이 오셨어요.
การพบกันครั้งแรกมีนักเรียนมัธยมปลายสองคนที่ชอบละครเกาหลีกับคุณครูเกษียณหนึ่งท่านมาร่วม
우리는 매주 토요일 오전에 모여 한글을 읽고 짧은 대화를 연습해요.
พวกเรามาพบกันทุกเช้าวันเสาร์ เพื่ออ่านอักษรฮันกึลและฝึกบทสนทนาสั้นๆ
가르치다 보니 오히려 제가 헷갈리던 문법을 더 정확하게 이해하게 되었어요.
พอได้สอนคนอื่น ผมกลับเข้าใจไวยากรณ์ที่เคยสับสนได้แม่นยำขึ้น
혼자였을 때보다 공부가 훨씬 즐거워졌고 이제 회원은 열 명으로 늘었어요.
การเรียนสนุกขึ้นกว่าตอนอยู่คนเดียวมาก และตอนนี้สมาชิกก็เพิ่มเป็นสิบคนแล้ว
ความยากลำบากที่ผู้เขียนเจอในตอนแรกคืออะไร
  • ห้องสมุดไม่มีหนังสือภาษาเกาหลี
  • อ่านอักษรฮันกึลไม่ออกเลย
  • ใบสมัครตั้งชมรมถูกปฏิเสธ
  • หาคนที่จะเรียนด้วยกันได้ยาก ✓
อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้เขียนตั้งชมรม
  • เห็นประกาศที่บอร์ดของห้องสมุด ✓
  • นักเรียนมัธยมปลายขอร้องก่อน
  • คุณครูเกษียณแนะนำให้ทำ
  • ไปร่วมงานพบปะแฟนละคร
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ชมรมพบกันทุกเย็นวันอาทิตย์
  • การพบกันครั้งแรกมีคนมาสิบคน
  • ไม่นานผู้เขียนก็เลิกทำชมรม
  • ผู้เขียนเข้าใจไวยากรณ์ดีขึ้นจากการสอน ✓

📺 ดูแบบไม่มีคำบรรยาย

저는 한국 드라마를 좋아하지만 늘 자막에만 의지해서 보았어요.
ฉันชอบละครเกาหลี แต่ก็ดูโดยพึ่งแต่คำบรรยายมาตลอด
어느 날 한국인 친구 하은 씨가 같이 드라마를 자막 없이 보자고 했어요.
วันหนึ่ง ฮาอึนเพื่อนชาวเกาหลีชวนให้ดูละครด้วยกันแบบไม่มีคำบรรยาย
처음에는 말이 너무 빨라서 절반도 알아듣지 못해 금방 포기하고 싶었어요.
ตอนแรกพูดเร็วมากจนฉันฟังเข้าใจไม่ถึงครึ่ง เลยอยากเลิกทันที
하은 씨는 이해가 안 되는 장면이 나오면 잠시 멈추고 인물들의 말투와 상황을 설명해 주었어요.
เวลามีฉากที่ไม่เข้าใจ ฮาอึนก็จะหยุดไว้ครู่หนึ่ง แล้วอธิบายน้ำเสียงของตัวละครและสถานการณ์ให้ฟัง
그러다 보니 “진짜?”나 “됐어.” 같은 짧은 말에도 여러 감정이 담겨 있다는 것을 알게 됐어요.
ทำให้ฉันได้รู้ว่าแม้แต่คำสั้นๆ อย่าง “จริงเหรอ” หรือ “ช่างเถอะ” ก็แฝงอารมณ์ไว้หลากหลาย
두 달 동안 매주 한 편씩 보면서 저는 자막을 켜고 싶은 마음을 꾹 참았어요.
ตลอดสองเดือนที่ดูสัปดาห์ละตอน ฉันพยายามอดใจไม่เปิดคำบรรยายอย่างเต็มที่
이제 와서 생각해 보니 하은 씨가 자막 없이 보잔 드라마가 제게는 최고의 듣기 교재였어요.
พอมาคิดดูตอนนี้ ละครที่ฮาอึนชวนดูแบบไม่มีคำบรรยายคือสื่อฝึกฟังที่ดีที่สุดสำหรับฉัน
요즘은 제가 먼저 다른 친구들에게 자막 없이 한번 보자고 권하곤 해요.
ช่วงนี้ฉันกลับเป็นฝ่ายชวนเพื่อนคนอื่นๆ ให้ลองดูแบบไม่มีคำบรรยายก่อนบ่อยๆ
ฮาอึนเสนออะไรกับผู้เขียน
  • ลองเขียนบทละครด้วยกัน
  • ดูละครด้วยกันแบบไม่มีคำบรรยาย ✓
  • เปิดคำบรรยายแล้วดูซ้ำสองรอบ
  • ดูละครวันละตอน
ทำไมผู้เขียนถึงดูต่อไปได้โดยไม่เลิกกลางคัน
  • เพราะบทพูดช้ากว่าที่คิด
  • เพราะเปิดคำบรรยายอีกครั้งระหว่างทาง
  • เพราะฮาอึนอธิบายให้ฟัง ✓
  • เพราะเป็นละครที่เคยดูแล้ว
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ผู้เขียนได้รู้ถึงอารมณ์ที่แฝงอยู่ในคำสั้นๆ ✓
  • ผู้เขียนฟังบทพูดเข้าใจเกือบหมดตั้งแต่แรก
  • ทั้งสองคนดูละครวันละสองตอน
  • ผู้เขียนยังดูละครโดยไม่มีคำบรรยายไม่ได้จนถึงตอนนี้

🔤 ฮันกึลไม่ใช่กำแพง

한국어를 배우기로 마음먹었을 때 저를 가장 겁먹게 한 것은 동그라미와 막대기 같은 글자였어요.
ตอนที่ตัดสินใจเรียนภาษาเกาหลี สิ่งที่ทำให้ฉันกลัวที่สุดคือตัวอักษรที่หน้าตาเหมือนวงกลมกับไม้แท่ง
주변 사람들도 그 글자를 외우는 데만 몇 달은 걸릴 거라고 말했어요.
คนรอบตัวก็บอกว่าแค่ท่องจำตัวอักษรพวกนั้นก็คงต้องใช้เวลาหลายเดือน
하지만 첫 수업에서 선생님은 “어려운 글자랬자 원리만 알면 며칠 만에 읽을 수 있어요.”라고 하셨어요.
แต่ในคาบแรก คุณครูบอกว่า “ถึงจะว่าเป็นตัวอักษรที่ยาก แต่ถ้าเข้าใจหลักการก็อ่านได้ในไม่กี่วัน”
한글의 자음은 소리를 낼 때의 입과 혀 모양을 본떠 만들었다고 해요.
ว่ากันว่าพยัญชนะของฮันกึลสร้างขึ้นโดยเลียนแบบรูปร่างของปากและลิ้นตอนออกเสียง
모음은 하늘과 땅과 사람을 뜻하는 점과 선을 조합해서 만들었다고 배웠어요.
ฉันได้เรียนรู้ว่าสระสร้างขึ้นโดยผสมจุดกับเส้นที่หมายถึงฟ้า ดิน และมนุษย์
원리를 알고 나니 처음 보는 글자도 소리를 짐작할 수 있어서 신기했어요.
พอเข้าใจหลักการแล้ว ก็น่าทึ่งที่เดาเสียงของตัวอักษรที่เพิ่งเคยเห็นได้
실제로 저는 일주일 만에 길거리 간판을 더듬더듬 읽을 수 있게 되었어요.
แล้วก็จริงๆ ภายในหนึ่งสัปดาห์ ฉันก็อ่านป้ายตามถนนได้แบบตะกุกตะกัก
물론 뜻을 이해하는 것은 또 다른 문제였지만 첫 벽을 넘은 기분은 정말 특별했어요.
แน่นอนว่าการเข้าใจความหมายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ความรู้สึกที่ข้ามกำแพงแรกไปได้นั้นพิเศษจริงๆ
พยัญชนะของฮันกึลสร้างขึ้นโดยเลียนแบบอะไร
  • รูปร่างของฟ้า ดิน และมนุษย์
  • รูปร่างของปากและลิ้นตอนออกเสียง ✓
  • รูปร่างของวงกลมกับไม้แท่ง
  • รูปภาพที่ใช้บนป้ายสมัยก่อน
ทำไมผู้เขียนถึงเดาเสียงของตัวอักษรที่เพิ่งเคยเห็นได้
  • เพราะถ่ายรูปป้ายทุกวัน
  • เพราะท่องจำตัวอักษรมาหลายเดือน
  • เพราะเข้าใจหลักการสร้างตัวอักษร ✓
  • เพราะคนรอบตัวบอกเสียงให้
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ผู้เขียนเข้าใจความหมายของป้ายได้อย่างรวดเร็ว
  • คุณครูบอกว่าการเรียนฮันกึลต้องใช้เวลาหลายเดือน
  • สระสร้างขึ้นโดยเลียนแบบรูปร่างของปากและลิ้น
  • ผู้เขียนอ่านป้ายได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ✓

🍵 ครูที่ใครๆ ก็ว่าเข้มงวด

도현 씨는 중국 출장을 앞두고 회사 근처 학원에서 중국어 회화 수업을 신청했어요.
โดฮยอนกำลังจะไปทำงานที่จีน จึงสมัครเรียนสนทนาภาษาจีนที่สถาบันสอนภาษาใกล้บริษัท
수업을 먼저 들은 동료들은 담당 선생님이 숙제도 많고 아주 엄격한 분이라고 했어요.
เพื่อนร่วมงานที่เคยเรียนมาก่อนบอกว่าครูผู้สอนให้การบ้านเยอะและเข้มงวดมาก
그래서 도현 씨는 첫 수업 날 잔뜩 긴장한 채 교실 문을 열었어요.
วันเรียนคาบแรก โดฮยอนจึงเปิดประตูห้องเรียนด้วยความประหม่าเต็มที่
그런데 선생님은 차를 한 잔씩 따라 주며 각자 좋아하는 음식 이야기부터 꺼내셨어요.
แต่ครูกลับรินชาให้ทุกคนคนละแก้ว แล้วเริ่มจากชวนคุยเรื่องอาหารที่แต่ละคนชอบ
도현 씨는 속으로 “엄격한 선생님이랬는데 분위기가 이렇게 편할 줄은 몰랐네.”라고 생각했어요.
โดฮยอนคิดในใจว่า “เขาว่าเป็นครูเข้มงวด ไม่นึกเลยว่าบรรยากาศจะสบายๆ ขนาดนี้”
물론 숙제는 소문대로 많았지만 모두 출장에서 바로 쓸 수 있는 표현들이었어요.
แน่นอนว่าการบ้านเยอะตามที่ลือกันจริง แต่ทั้งหมดเป็นสำนวนที่ใช้ได้ทันทีตอนไปทำงาน
선생님은 발음이 틀려도 웃으며 여러 번 따라 하게 해서 부담이 전혀 없었어요.
แม้จะออกเสียงผิด ครูก็ยิ้มแล้วให้พูดตามหลายๆ รอบ จึงไม่รู้สึกกดดันเลย
석 달 뒤 도현 씨는 출장지에서 통역 없이 식당에서 음식을 주문하고 간단한 인사도 나눌 수 있었어요.
สามเดือนต่อมา ที่เมืองที่ไปทำงาน โดฮยอนสามารถสั่งอาหารในร้านและทักทายง่ายๆ ได้โดยไม่ต้องมีล่าม
ทำไมโดฮยอนถึงสมัครเรียนภาษาจีน
  • เพราะกำลังจะไปทำงานที่จีน ✓
  • เพราะเพื่อนร่วมงานชวนไปเรียนด้วยกัน
  • เพราะอยากเรียนทำอาหารจีน
  • เพราะบริษัทให้ไปสอบ
สิ่งที่ต่างจากที่เพื่อนร่วมงานบอกคืออะไร
  • แทบไม่มีการบ้าน
  • ครูไม่แก้การออกเสียงให้
  • บรรยากาศในห้องเรียนสบายๆ ✓
  • การเรียนไม่เกี่ยวกับการไปทำงาน
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • ที่เมืองที่ไปทำงาน โดฮยอนไปไหนมาไหนกับล่ามตลอด
  • การบ้านเป็นสำนวนที่ใช้ได้ตอนไปทำงาน ✓
  • ครูให้สอบตั้งแต่คาบแรก
  • โดฮยอนไม่ประหม่าเลยในคาบแรก

🎲 ต้องเป็นเกมเท่านั้น

여덟 살인 제 아들은 영어 단어 공부라면 질색을 해요.
ลูกชายวัยแปดขวบของฉันเกลียดการท่องศัพท์ภาษาอังกฤษสุดๆ
단어장을 펴기만 하면 배가 아프다거나 졸리다며 자리를 피하곤 했어요.
พอเปิดสมุดคำศัพท์ทีไร เขาก็มักจะบอกว่าปวดท้องหรือง่วงนอนแล้วหลบไป
그런데 이상하게도 공부가 아니라 놀이래야 아이가 스스로 영어 카드를 집어 들어요.
แต่แปลกที่ต้องบอกว่าเป็นการเล่น ไม่ใช่การเรียน ลูกถึงจะหยิบการ์ดภาษาอังกฤษขึ้นมาเอง
그래서 저는 단어 카드로 빙고와 보물찾기 같은 게임을 만들어 보았어요.
ฉันจึงลองใช้การ์ดคำศัพท์ทำเกมอย่างบิงโกและล่าสมบัติ
집 안 곳곳에 카드를 숨겨 두고 찾은 카드의 단어를 소리 내어 읽으면 점수를 주는 방식이었어요.
วิธีเล่นคือซ่อนการ์ดไว้ทั่วบ้าน ถ้าหาเจอแล้วอ่านคำบนการ์ดออกเสียงดังๆ ก็จะได้คะแนน
아이는 점수를 더 얻으려고 모르는 단어의 뜻을 먼저 물어보기 시작했어요.
เพื่อจะได้คะแนนมากขึ้น ลูกก็เริ่มถามความหมายของคำที่ไม่รู้ก่อน
한 달쯤 지나자 아이는 게임에 나온 단어를 일상 대화에서도 가끔 섞어 쓰게 되었어요.
ผ่านไปราวหนึ่งเดือน ลูกก็เริ่มเอาคำที่อยู่ในเกมมาใช้ปนในบทสนทนาประจำวันบ้างเป็นบางครั้ง
저는 아이에게 맞는 방법만 찾으면 배움도 즐거운 놀이가 될 수 있다는 것을 깨달았어요.
ฉันได้ตระหนักว่าถ้าหาวิธีที่เหมาะกับเด็กเจอ การเรียนก็กลายเป็นการเล่นที่สนุกได้
เด็กหยิบการ์ดภาษาอังกฤษขึ้นมาเองเมื่อไร
  • ตอนปวดท้องหรือง่วงนอน
  • ตอนซื้อสมุดคำศัพท์เล่มใหม่
  • ตอนเพื่อนมาเล่นที่บ้าน
  • ตอนบอกว่าเป็นการเล่น ไม่ใช่การเรียน ✓
ทำไมเด็กถึงเริ่มถามความหมายของคำที่ไม่รู้
  • เพราะอยากได้คะแนนมากขึ้น ✓
  • เพราะใกล้จะมีสอบที่โรงเรียน
  • เพราะสมุดคำศัพท์ง่ายเกินไป
  • เพราะหาการ์ดไม่เจอเลยสักใบ
สิ่งที่ผู้เขียนอยากบอกมากที่สุดคืออะไร
  • ควรให้เด็กท่องสมุดคำศัพท์ทุกวัน
  • ยิ่งเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่เล็กยิ่งดี
  • เกมมักขัดขวางการเรียนของเด็ก
  • ถ้าเป็นวิธีที่เหมาะกับเด็ก การเรียนก็จะสนุก ✓

🥐 แก่เกินจะเรียนภาษาฝรั่งเศสหรือ

올해 예순이 되신 우리 어머니는 요즘 프랑스어 공부에 푹 빠져 계세요.
แม่ของฉันซึ่งอายุครบหกสิบปีในปีนี้ ช่วงนี้กำลังหมกมุ่นอยู่กับการเรียนภาษาฝรั่งเศส
젊은 시절부터 파리에 가서 현지 사람들과 직접 이야기해 보는 것이 꿈이셨대요.
ได้ยินว่าแม่ฝันมาตั้งแต่สมัยสาวๆ ว่าจะไปปารีสและลองคุยกับคนท้องถิ่นด้วยตัวเอง
그런데 친척들은 그 나이에 새 언어를 배우는 건 너무 늦었다며 걱정했어요.
แต่ญาติๆ กลับเป็นห่วงและบอกว่าอายุขนาดนั้นจะเรียนภาษาใหม่ก็สายเกินไปแล้ว
어머니는 “예순을 벌써 늦은 나이래서야 되겠어요?” 하고 웃으셨어요.
แม่หัวเราะแล้วพูดว่า “อายุหกสิบจะมาบอกว่าสายแล้วได้ยังไงกัน”
어머니는 매일 아침 라디오 강좌를 듣고 저녁에는 동네 문화 센터 수업에 다니세요.
แม่ฟังรายการสอนภาษาทางวิทยุทุกเช้า และตอนเย็นก็ไปเรียนที่ศูนย์วัฒนธรรมในชุมชน
발음이 어려워 속상해하실 때도 있지만 공책에는 손으로 쓴 문장이 날마다 늘어 가요.
บางครั้งแม่ก็เสียใจเพราะการออกเสียงยาก แต่ประโยคที่เขียนด้วยลายมือในสมุดก็เพิ่มขึ้นทุกวัน
지난달에는 프랑스 출신 강사님과 처음으로 오 분 동안 대화를 나누셨대요.
ได้ยินว่าเมื่อเดือนที่แล้ว แม่ได้คุยกับครูชาวฝรั่งเศสเป็นเวลาห้านาทีเป็นครั้งแรก
그런 어머니를 보며 저도 배움에는 정말 늦은 때가 없다는 말을 믿게 되었어요.
พอเห็นแม่แบบนั้น ฉันก็เชื่อแล้วว่าการเรียนรู้ไม่มีคำว่าสายจริงๆ
ทำไมแม่ถึงเรียนภาษาฝรั่งเศส
  • เพราะอยากสอนที่ศูนย์วัฒนธรรม
  • เพราะอยากคุยกับคนท้องถิ่นในปารีส ✓
  • เพราะญาติๆ แนะนำให้ลองเรียน
  • เพราะอยากทำอาหารฝรั่งเศส
ทำไมญาติๆ ถึงเป็นห่วง
  • เพราะแม่บอกว่าจะย้ายไปปารีส
  • เพราะค่าเรียนที่ศูนย์วัฒนธรรมแพงเกินไป
  • เพราะคิดว่าสายเกินไปที่จะเรียนภาษาใหม่ ✓
  • เพราะสุขภาพของแม่ไม่ดี
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • แม่เรียนทางวิทยุและเรียนที่ศูนย์วัฒนธรรม ✓
  • แม่เลิกเรียนเพราะเรื่องการออกเสียง
  • แม่ได้คุยที่ปารีสเป็นเวลาห้านาที
  • ผู้เขียนคัดค้านการเรียนของแม่มาตั้งแต่แรก

👵 แม่ที่อยู่ตรงกลาง

미국에서 자란 제 아들은 한국어를 거의 못하고 서울에 사시는 제 어머니는 영어를 전혀 못하세요.
ลูกชายของฉันที่โตในอเมริกาแทบพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ ส่วนแม่ของฉันที่อยู่โซลก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย
그래서 어머니가 이번 여름에 우리 집에 오셨을 때 저는 두 사람 사이에서 통역을 맡았어요.
ดังนั้นตอนที่แม่มาบ้านเราช่วงฤดูร้อนนี้ ฉันจึงรับหน้าที่เป็นล่ามระหว่างสองคนนั้น
어머니는 식탁에서 손자를 보며 제게 “밥 먹기 전에 손부터 씻으래라.” 하고 말씀하셨어요.
ที่โต๊ะอาหาร แม่มองหลานแล้วพูดกับฉันว่า “บอกให้ล้างมือก่อนกินข้าวนะ”
처음 며칠 동안 두 사람의 대화는 모두 제 입을 거쳐야만 했어요.
ช่วงไม่กี่วันแรก บทสนทนาทั้งหมดของสองคนนั้นต้องผ่านปากฉันเท่านั้น
그런데 아이는 같은 말을 여러 번 듣더니 어느새 “손 씻어요.”라고 먼저 말하기 시작했어요.
แต่พอได้ยินคำเดิมหลายครั้ง ไม่ทันไรลูกก็เริ่มพูดขึ้นก่อนว่า “ล้างมือครับ”
어머니도 손자에게 “굿모닝” 같은 짧은 영어 인사를 배워 서툴게 따라 하셨어요.
แม่ก็ได้เรียนคำทักทายภาษาอังกฤษสั้นๆ อย่าง “กู๊ดมอร์นิ่ง” จากหลาน แล้วพูดตามอย่างเก้ๆ กังๆ
한 달이 지나자 두 사람은 몸짓과 몇 마디 말만으로도 함께 웃을 수 있게 되었어요.
ผ่านไปหนึ่งเดือน ทั้งสองก็หัวเราะด้วยกันได้แค่ด้วยท่าทางกับคำพูดไม่กี่คำ
어머니가 한국으로 떠나시던 날 아이는 공항에서 “할머니, 또 오세요.”라고 한국어로 인사했어요.
วันที่แม่กลับเกาหลี ลูกบอกลาที่สนามบินเป็นภาษาเกาหลีว่า “คุณยาย มาอีกนะครับ”
ทำไมผู้เขียนถึงเป็นล่ามระหว่างสองคนนั้น
  • เพราะเด็กเพิ่งเจอคุณยายเป็นครั้งแรก
  • เพราะทั้งสองแทบไม่รู้ภาษาของกันและกัน ✓
  • เพราะเด็กกำลังเตรียมสอบภาษาเกาหลี
  • เพราะเด็กขี้อายเลยไม่ยอมพูด
ทำไมเด็กถึงเริ่มพูดภาษาเกาหลีขึ้นก่อน
  • เพราะเรียนคำนั้นมาจากโรงเรียน
  • เพราะคุณยายอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ
  • เพราะได้ยินคำเดิมหลายครั้ง ✓
  • เพราะผู้เขียนทำการ์ดคำศัพท์
ข้อใดตรงกับเนื้อหาของเรื่องนี้
  • คุณยายอาศัยอยู่กับหลานที่อเมริกา
  • เด็กบอกลาเป็นภาษาอังกฤษที่สนามบิน
  • ทั้งสองคนสื่อสารกันไม่ได้จนถึงที่สุด
  • คุณยายเรียนคำทักทายภาษาอังกฤษจากหลาน ✓
ฝึกฟรีในแอป →